10 เคล็ดลับอวดเรียวขาอันงดงามสะกดสายตา !! - HELLO! Magazine Online

10 เคล็ดลับอวดเรียวขาอันงดงามสะกดสายตา !!

ทริคง่ายที่จะทำให้สาวๆนุ่งสั้นได้อย่างมันใจพร้อมรับมือแฟชั่นทุกเทศกาล

เชื่อเลยว่าสาวๆทุกคนอยากมีเรียวขาที่เรียบเนียน สวยงามวันนี้ HELLO! เลยได้รวบรวม 10 เคล็ดลับดีๆ เพื่อให้คุณได้อวดเรียวขาอันงดงามรับซัมเมอร์ที่บอกเลยว่ามาพร้อมกับผลลัพธ์ที่ได้แบบระยะยาวเลยละคะ ... เริ่มกันที่

1. วันละสองนาที

เราขอเสนอให้คุณลงทุนเพียงเล็กน้อยแต่คุ้มค่า เพื่อเรียวขาที่เนียนนุ่มและลดความเสี่ยงของการเกิดขนคุด ซื้อถุงมือขัดผิวมาและใช้มันขัดผิวแบบแห้งทุกๆ เช้าก่อนอาบน้ำ เป็นเวลา 2 นาที โดยเริ่มจากข้อเท้าไปหาหัวใจและขยับวนเป็นวงกลมเสมอ ไม่เพียงแต่จะทำให้สภาพผิวดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตและช่วยให้ครีมที่ทาหลังอาบน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

 

2. เคล็ดลับขาเรียวงาม

กรณีที่ไม่สวมถุงน่อง ควรจะเลือกรองเท้าโทนสีนู้ดที่ใกล้เคียงกับสีผิวจะช่วยทำให้ขาดูเรียวงามในกรณีที่คุณสวมถุงน่องสีดำรองเท้าก็ควรเป็นสีดำด้วยเหมือนกัน ระวังการเลือกรองเท้าที่มีเชือกหรือสายรัดรอบข้อเท้าเพราะมันจะทำให้ดูขาสั้นลงและทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก

เสื้อผ้าเอวสูงหรือกางเกงขายาวจะช่วยทำให้ดูขายาวขึ้น ยิ่งถ้าสวมรองเท้าส้นสูงด้วยแล้วละ จะยิ่งเห็นผลชัดยิ่งขึ้นไปอีก และที่สำคัญรองเท้าส้นเรียวแหลม เล็กผอมจะช่วยทำให้เรียวขาดูเพรียวขึ้น

  

3. ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม

การกักเก็บความชุ่มชื้นซึ่งเห็นได้ชัดโดยเฉพาะบริเวณช่วงขา จะเสื่อมลงตามอายุการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและความร้อน เพื่อเป็นการเลี่ยงปัญหาดังกล่าว ไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไปหลัง 6 โมงเย็น ในระหว่างวันควรจะดื่มน้ำที่ไม่มีก๊าซและน้ำตาลหากถ้าอยากจะระบายของเหลวเพื่อกระชับเรียวขาให้เพรียวเบาขึ้นเครื่องดื่มสมุนไพรอย่างเช่น หญ้าหางม้า ผักชีล้อม แดนดิไลอ้อนหรือชาเขียว จะช่วยคุณได้เป็นอย่างดี

 

4. ช่วงเวลาหลังออกกำลังกาย

เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการใช้ครีมลดเซลลูไลท์ เพราะเวลาที่มีการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตผิวจะซึมซับเนื้อครีมและช่วยให้ครีมทำงานได้ผลดียิ่งขึ้น
 

5. ประโยชน์ของการบริหารกล้ามเนื้อ

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหรือแอโรบิกช่วยเผาผลาญไขมัน ซึ่งจะช่วยทำให้ขาผอมเรียวขึ้นตามไปด้วยแต่เรามักจะหลงลืมไปว่าการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งก็สำคัญไม่แพ้กัน แถมยังให้ผลในการช่วยลดเซลลูไลท์ได้ดีกว่าแบบแรกเสียอีก การออกกำลังกายประเภทนี้ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งยองๆ การก้าวย่างหรือการเล่นเครื่องออกกำลังกายในฟิตเนสล้วนส่งผลต่อการกระตุ้นการกำจัดน้ำเหลือง (ซึ่งเป็นตัวการสำคัญและสาเหตุหลักของการเกิดเซลลูไลท์) การกระชับกล้ามเนื้อรวมทั้งขับผิวให้เปล่งปลั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง

 

6. การนวดวันละครั้ง

ถือโอกาสในช่วงเวลาทาครีมในการกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ประกบมือทั้งสองข้างไว้บนหน้าแข้งบริเวณเหนือข้อเท้าเล็กน้อยโดยให้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ของมือทั้งสองข้างประสานเข้าด้วยกัน ออกแรงกดพอประมาณ แล้วค่อย ๆ รูดมือจากข้อเท้าขึ้นมาถึงโคนขาหนีบ จากนั้นก็เปลี่ยนมานวดแบบหยิกเบาๆโดยไล่จากล่างขึ้นบนเสมอ

 

7. สีและความเปล่งปลั่ง

การทาโลชั่นผิวแทนจะช่วยให้ช่วงขาแลดูเรียวงามขึ้น เคล็ดลับในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเทคนิคนี้ คือ การทาโลชั่นผิวแทนซ้ำรอบสองแบบบางๆมากๆเฉพาะด้านข้าง เพื่อให้เรียวขาแลดูกระชับและมีรูปร่างเพรียวงามการใช้อิลูมิเนเตอร์ไล้ไปตามแนวกระดูกหน้าแข้งและหลังเท้าจะช่วยเน้นให้เรียวขาดูเปล่งปลั่งเนียนนุ่มน่าสัมผัสยิ่งขึ้น

 

8. ด้วยความนุ่มนวล

การโกนขนด้วยมีดโกนยังคงเป็นวิธีที่นิยมกัน มันเป็นวิธีที่ให้ผลดีเยี่ยม แต่ก็มีข้อพึงระวัง

ข้อแรก คือ ควรใช้ใบมีดที่มีคุณภาพดีและคมกริบ อย่าเสียดายเงินกับเรื่องนี้

ข้อสอง ใช้ครีมอาบน้ำหรือครีมนวดผมในการหล่อลื่นผิวเพื่อช่วยให้การโกนขนด้วยใบมีดทำได้ง่ายขึ้นการปาดมีดโกนครั้งแรกๆต้องปาดจากบนลงล่างไปในทิศทางเดียวกับที่ขนขึ้นเสมอและควรปาดเป็นช่วงสั้นๆแบบเบาๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดบาดแผลและปาดมีดโกนไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่ขนขึ้นเฉพาะตอนสุดท้ายเท่านั้น

 

9. หัวเข่าหมองคล้ำ?

เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งโดยเฉพาะผู้หญิงผิวสีเข้มที่เต็มไปด้วยเมลานิน สิ่งแรกที่ต้องทำคือสครับผิวบ่อยๆแต่ทำอย่างนุ่มนวล เพราะการระเคืองของผิวจะทำให้ผิวหมองคล้ำมากขึ้น การทาครีมลดการสร้างเม็ดสีเป็นประจำทุกคืนเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง เช่นเดียวกับการทาครีมกันแดดทุกวัน ซึ่งสาวๆส่วนใหญ่มักจะหลงลืมผิวส่วนนี้กันเป็นประจำ

 

10. การใช้เครื่องสำอางที่ช่วยกระชับสัดส่วนและขจัดเซลลูไลท์

การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีจะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตและช่วยให้ผิวเก็บกักความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น

 

 

...........................................................

Cr.Photos : iStock,Pixabay