สุขภาพดีรับปีใหม่ 9 เคล็ดลับอายุยืนแบบชาวอังกฤษ - HELLO! Magazine Online

สุขภาพดีรับปีใหม่ 9 เคล็ดลับอายุยืนแบบชาวอังกฤษ

เคล็ดลับใกล้ตัวที่ยิ่งรู้ก็ยิ่งทำให้สุขภาพดีมีชีวิตยืนยาวแน่นอน

จะมีอะไรดีไปกว่าการมีสุขภาพดีและอายุยืนยาวให้เราได้อยู่กับคนที่รักไปอีกนานแสนนาน ในช่วงเวลาของการนับถอยหลังผ่านพ้นปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ในปี 2561 หลายๆคนที่กำลังจะใช้โอกาสนี้ตั้งเป้าหมายเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียใหม่ในปีหน้าบอกเลยว่าต้องถูกใจกับเคล็ดลับดีๆที่ HELLO! นำมาแชร์ในวันนี้แน่นอน กับ 9 เคล็ดลับอายุยืนแบบชาวอังกฤษ

เมื่อนึกถึงอังกฤษปฏิเสธไม่ได้ว่าจะไม่นึกถึงสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในพระชนมายุ 90 ปี ที่ยังทรงงานอย่างเปี่ยมด้วยพระพลานามัย กระฉับกระเฉง

ตามข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ ชาวอังกฤษมีโอกาสที่จะอายุยืนถึง 79.6 ปี สุขภาพที่ดีขึ้นของชาวอังกฤษในช่วงศตวรรษ 20 นั้น สาเหตุหลักคืออาหาร หลักโภชนาการ และสุขลักษณะที่ดีขึ้น อายุขัยเฉลี่ยของชาวอังกฤษเพิ่มขึ้นถึง 30 ปี ในช่วงปี 1990 ถึง 2010 จำนวนชาวอังกฤษที่มีชีวิตอยู่และได้รับบัตรอวยพรจากสมเด็จพระราชินีนาถในโอกาสวันเกิดครบ 100 ปีของพวกเขาสูงขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แต่นอกเหนือจากปัจจัยเหล่านี้ยังมีรูปแบบการใช้ชีวิตบางอย่างเป็นที่รู้กันว่าช่วยให้ชาวอังกฤษอายุยืนด้วยเช่นกัน

 

1.ปริมาณกิจกรรม

คนแข็งแรงที่เดินวันละ 30 นาที อายุยืนกว่าคนที่เดินน้อยกว่า ไม่ว่าจะมีไขมันสะสมในร่างกายมากน้อยเพียงใด แม้แต่คนที่น้ำหนักเกินก็มีหัวใจที่แข็งแรงขึ้นได้ด้วยการเดินให้มากขึ้นแค่สิบนาทีเพิ่มจากกิจวัตรประจำวัน เดินให้มากในช่วงพักกลางวัน ใช้บันไดแทนลิฟต์หรือบันไดเลื่อน จะไปไหนให้เดินแทนที่จะกระโดดขึ้นรถ ไม่จำเป็นต้องเข้ายิม แค่เคลื่อนไหวให้ได้ครึ่งชั่วโมงทุกๆ วันก็เหลือเฟือแล้ว

2.ขาและลำตัวที่แกร่ง

ร่างกายช่วงล่างที่แข็งแกร่งทำให้เกิดสมดุล ความยืดหยุ่น และความทนทาน เมื่อแก่ตัวลงคุณสมบัตินี้คือกุญแจลดความเสี่ยงการหกล้ม กระดูกสะโพกแตก/ร้าว หรืออาการบาดเจ็บอื่นๆ ที่นำไปสู่สุขภาพที่อ่อนแอเรื้อรัง ราว 1 ใน 5 ของคนทั่วโลกที่กระดูกสะโพกแตก/ร้าวกลายเป็นคนที่สุขภาพถดถอยและเสียชีวิตด้วยโรคแทรกซ้อน ดังนั้นพยายามให้ร่างกายยืดหยุ่น สมดุล และแข็งแกร่งเข้าไว้เพื่ออายุที่ยืนยาว

3.ความมีวินัย

คนที่มองตัวเองว่าเป็นคนมีวินัย มีระเบียบ และบรรลุเป้าเสมอมีแนวโน้มอายุยืนและมีความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์น้อยกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน นี่เป็นข้อสรุปของงานวิจัยที่ใช้เวลาถึง  12 ปีโดยศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยรัช ในชิคาโก ซึ่งพบว่าคนที่ตั้งสมาธิจดจ่อได้เก่งกว่าต้องออกกำลังสมองมากกว่า เพราะเหตุนี้แม้คุณจะเกษียณแล้วจงทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ ลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นสมอง

4.น้ำหนักตัว

ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป น้ำหนักตัวเกินทำให้อายุสั้นได้จริง เพราะการแบกรับน้ำหนักที่เกินตัวสร้างความเสี่ยงทั้งต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคมะเร็งบางชนิด และโรคหัวใจ

5.การบริโภคเนื้อแดง

การกินเนื้อแดง (เช่น เนื้อวัว) หรือเนื้อสัตว์แปรรูปเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากอันดับที่สี่ คิดเป็นร้อยละ 42 ตามข้อมูลงานวิจัยใหม่ชิ้นหนึ่ง เนื้อสัตว์แปรรูปที่โดนโจมตีหนักคือ ฮอทด็อกและเบคอน ที่พบว่ากินเพียงแค่ 2 ออนซ์/ 50 กรัม ต่อวัน ซึ่งเท่ากับไส้กรอกแค่หนึ่งชิ้นก็เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ถึง 18 เปอร์เซ็นต์ ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก 

6.การมีเพื่อนฝูง

เพื่อนนั้นดีต่อสุขภาพ เพราะมิตรภาพที่อบอุ่นและเหนียวแน่นช่วยลดความเครียด ความเครียดเรื้อรังคือบ่อนทำลายระบบภูมิคุ้มกัน แถมทำให้เซลล์แก่เร็ว สุดท้ายส่งผลให้ชีวิตเราสั้นลงได้ราวๆ 4-8 ปี เพื่อนที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุดคือคนที่ฟังคุณได้ทุกเรื่องโดยไม่ตัดสินคุณ ควรมีเพื่อนที่ร่างกายแข็งแรงด้วย เพราะมีงานศึกษาตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์เผยว่า เมื่อเพื่อนๆ หรือครอบครัวคุณน้ำหนักเพิ่ม คุณมีแนวโน้มที่จะเป็นไปตามพวกเขา ดังนั้น พยายามอยู่ในวงล้อมของคนที่ฟิตเฟิร์ม มีความสุข ไม่ตัดสินคนอื่น ชอบออกกำลังกายและสนุกกับชีวิตเข้าไว้ แล้วคุณจะทำแบบเดียวกัน

7.เครื่องดื่มน้ำตาลสูง

นักวิทยาศาสตร์ที่วิทยาลัยสาธารสุขฮาร์วาร์ดได้วิเคราะห์งานวิจัย 11 ชิ้นโดยมุ่งมองที่ความเชื่อมโยงของการบริโภคเครื่องดื่มน้ำตาลสูง (ส่วนใหญ่เป็นน้ำอัดลม) กับโรคบางโรค ได้ข้อสรุปว่าการดื่มเครื่องดื่มน้ำตาลสูงวันละครั้งขึ้นไปเพิ่มความเสี่ยงภาวะหัวใจวาย 20 เปอร์เซ็นต์ และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ถึง 26 เปอร์เซ็นต์ เทียบกันคนที่ดื่มเครื่องดื่มดังกล่าวไม่ถึง 1 ครั้งต่อเดือน คาดกันว่าการกระตุ้นต่อมรับรสด้วยความหวาน (จะจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์) อยู่เป็นประจำ ทำให้แฟนๆ น้ำอัดลมติดอาหารรสหวานไปด้วย ซึ่งเป็นเหตุเพิ่มน้ำหนักตัว

8.การทำความสะอาดบ้าน

ไม่ใช่เรื่องความสะอาด แต่มันคือการ ‘ชะล้าง’ ร่างกาย การดูดฝุ่น กวาดพื้น หรือล้างหน้าต่างหนึ่งชั่วโมงช่วยเผาผลาญได้ถึงราวๆ 285 แคลอรี ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตไปได้ 30 เปอร์เซ็นต์ ตามข้อมูลของงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทำกับกลุ่มคนอายุ 70-80 กว่าปี

9. การคิดบวกอยู่เสมอ

ผู้คนที่มองชีวิตด้านบวก มีเป้าหมายในชีวิต และรู้สึกมีส่วนร่วมในสังคมนั้น มีสุขภาพดีกว่าผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รู้สึกดีกับตัวเอง งานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษากลุ่มชนที่อายุยืนที่สุดในโลก (เช่น ชาวเมืองโอกินาวา ในญี่ปุ่น และบนเกาะอิคาเรีย ในกรีซ) พบว่าคนกลุ่มดังกล่าวเหมือนกันตรงการให้ความสำคัญอย่างมากกับครอบครัว เพื่อนฝูง และเพื่อนบ้าน พอๆ การทุ่มเททำงานหนัก

 

รับรองว่า 9 ข้อที่เราได้กล่าวมานี้เป็นเคล็ดลับง่ายๆใกล้ตัว ที่ยิ่งรู้ก็ยิ่งทำให้สุขภาพดีมีชีวิตยืนยาวแน่นอน

..................................................................................

photos . getty images