รักต่างวัยที่คุณต้องอึ้ง! ของประธานาธิบดีฝรั่งเศส - HELLO! Magazine Online

รักต่างวัยที่คุณต้องอึ้ง! ของประธานาธิบดีฝรั่งเศส

ความต่างวัยของประธานาธิบดี ‘เอมมานูเอล มาครง’ วัย 39 ปี ซึ่งอายุอ่อนกว่าบริจิตต์ โทรนเญอซ์ ภรรยาถึง 25 ปี

หลังจากคว้าชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ทำให้เห็นว่าเอมมานูเอล มาครง ผู้นำกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง En Marche! สามารถเอาชนะสองพรรคการเมืองหลักของฝรั่งเศสได้ บุคคลที่เขากล่าวคำขอบคุณก็คือ บริจิตต์ โดยบอกว่า หากปราศจากเธอ “ผมคงไม่เป็นผม”

ความสนใจในเรื่องความรักระหว่างเอมมานูเอลและภรรยาของเขา มุ่งเน้นไปที่เรื่องความต่างของวัย ประธานาธิบดีวัย 39 ปี มีอายุอ่อนกว่าบริจิตต์ อดีตครูสอนการแสดงของเขา และคุณย่าคุณยายของหลานๆเจ็ดคน อยู่ถึง 25 ปี แต่ทว่า สองสามีภรรยาที่สมรสกันมานาน 11 ปี ปฏิเสธที่จะให้ค่าความสำคัญของวัย

“คนที่มัวคิดแต่เรื่องอายุที่ต่างกันของเราไม่ได้เข้าใจเลยว่าเราเป็นอย่างไร” บริจิตต์กล่าวในบทสัมภาษณ์ให้กับหนังสือพิมพ์ Le Figaro ของฝรั่งเศส  และเธอยังได้กล่าวว่า “ประเด็นสำคัญในเรื่องของเราก็คือสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่อายุของเขา”  เอมมานูเอลเคยกล่าวถึงบริจิตต์ว่า “เธอเป็นคนทำให้ผมเป็นคนอย่างที่ผมเป็นอยู่”

 

บริจิตต์ ผู้ได้ชื่อว่าเป็น “สาวสองพันปี” เป็นผู้ที่ดูแลตนเองได้อย่างน่าชม เธอมีผมสีบลอนด์แต่งเป็นทรงได้รูป และรอยยิ้มอันมีเสน่ห์ ซึ่งแน่นอนว่าเธอน่าจะเอาชนะใจประชาชนฝรั่งเศสได้เหมือนอย่างที่เอาชนะใจผู้เป็นสามี ประเด็นความสนใจในเรื่องรักระหว่างเธอและสามีอยู่ที่ การพบกันครั้งแรก ขณะที่เขาเป็นเด็กนักเรียนวัย 15 ปี และเธอเป็นครูสอนการแสดงวัย 40 ปี ซึ่งสมรสแล้ว และมีลูกสามคน อีกทั้ง ลอรองซ์ ลูกสาวของเธอยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับเอมมานูเอล ในโรงเรียนเอกชนคาทอลิก ในเมืองเอเมียงส์ ซึ่งบริจิตต์ทำงานเป็นครูสอนภาษาละติน ฝรั่งเศส และการละคร

“ผมได้พบกับบริจิตต์ ตอนเรียนมัธยมปลาย ในชั้นเรียนการละคร” เอมมานูเอลเปิดเผยในหนังสืออัตถชีวประวัติที่ตีพิมพ์เมื่อเร็วๆ นี้ “มันโดนใจเลย ผมตกหลุมรัก มันเป็นเรื่องของใจที่ค่อยเป็นค่อยไป จนกลายเป็นความรู้สึก และเป็นความปรารถนาที่ยังคงอยู่ อย่างไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย”

ความผูกพันระหว่างคุณครูและลูกศิษย์ ซึ่งบริจิตต์อธิบายในสารคดีที่ถ่ายทำเมื่อปีที่แล้วว่า “มันไม่เหมือนใคร” : “เขาไม่ใช่เด็กวัยรุ่น ความสัมพันธ์ที่เขามีให้มันเท่าเทียมกับผู้ใหญ่ทั่วไป”

เอมมานูเอลลาออกจากโรงเรียนตอนอายุ 16 ปี เพื่อไปเรียนต่อที่ปารีส โดยที่ยังคงติดต่อกับบริจิตต์ และออกปากไว้ว่าเขาจะแต่งงานกับเธอ เอมมานูเอลบอกกับฉันว่า “ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ผมจะแต่งงานกับคุณ” บริจิตต์เปิดเผยในบทสัมภาษณ์ให้กับนิตยสาร Paris Match ของฝรั่งเศส “ความรักกวาดเอาทุกอย่างที่ขวางทางออกไป ทำให้ฉันต้องหย่า มันไม่อาจต้านทานพลังแห่งรักได้”

 

สตรีหมายเลขหนึ่ง

บริจิตต์แต่งงานกับเอมมานูเอล ในปี 2007 หลังจากหย่าขาดจากสามีคนแรก นักธนาคาร อันเดร หลุยส์ อูซิเอร์ ได้เกือบสองปี เอมมานูเอลได้บรรยายถึงงานแต่งงานในหนังสือ Révolution ของเขาว่า “มันเป็นการประกาศความรักอย่างเป็นทางการ ซึ่งในตอนแรกเป็นเรื่องลับ ที่ต้องซ่อนเร้น และถูกใครๆมากมายเข้าใจผิด”

บริจิตต์พยายามปกป้องครอบครัวของเธอจากเรื่องอื้อฉาว และดูเหมือนว่าเธอได้รับการสนับสนุนจากแม่สามี แอนน์ ฟัลดา ผู้เขียนหนังสืออัตถชีวประวัติของเอมมานูเอลระบุว่า แม่ของเอมมานูเอลถือว่าบริจิตต์เป็น “เพื่อน” มากกว่าเป็นลูกสะใภ้และแอนน์ยังระบุว่า ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปของฝรั่งเศสจะสามารถชนะใจประชาชนในประเทศได้เหมือนอย่างชนะใจภรรยาของเขาแต่บริจิตต์กล่าวว่าชีวิตการเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งคงไม่ง่ายเลย

“แวดวงอำนาจเป็นความโหดร้าย” เธอกล่าวกับ Paris Mattch “การแต่งงานกับนักการเมืองเป็นบทบาทที่จัดการไม่ง่ายเลย จะต้องยืนหยัด และหุบปาก ฉันรู้สึกนับถือภรรยาของนักการเมืองเป็นอย่างมาก ที่จะต้องแบกรับทุกอย่างที่เข้ามา” แต่บริจิตต์ก็เป็นคน “มีดี” นอกจากจะได้รับการยกย่องเรื่องการเป็นคนมีสมองแล้ว เธอยังได้รับการยกย่องเรื่องความสง่างามและสไตล์ โดย นิตยสาร Vogue ได้ยกย่องให้เธอเป็น Chic Bobo  สตรีผู้เก๋ไก๋ ในแวดวงการเมืองของฝรั่งเศส “เธอเป็นสาวร็อค” ผู้สังเกตการณ์คนหนึ่งกล่าว “สวมรองเท้าสูงสิบสองนิ้ว เดรสแขนกุด กางเกงหนัง เธอกล้าในทุกเรื่อง”

บริจิตต์ออกจากงานสอนหนังสือ เพื่อสนับสนุนการทำงานของเอมมานูเอล และจะปักหลักเคียงข้างเขาในยามคว้าชัยเสมอ

“เธอจะไม่ถูกซ่อนเอาไว้ เพราะเธอมีส่วนในชีวิตผม เพราะความคิดเห็นของเธอมีความสำคัญ และเพราะว่าตำแหน่งประธานาธิบดีมีมิติของความเป็นส่วนตัว” เอมมานูเอลกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ RTL ของฝรั่งเศส “ถ้าผมได้รับเลือก ไม่สิ ขอโทษ ถ้าเราได้รับเลือก เธอจะอยู่ที่นั่นด้วย พร้อมกับบทบาท และตำแหน่ง”