ทายาทเจ้าพ่องานมอเตอร์โชว์ ‘อโณทัย เอี่ยมลำเนา’ กับไลฟ์สไตล์สุดแปลกสร้างบ้านให้รถ!! - HELLO! Magazine Online

ทายาทเจ้าพ่องานมอเตอร์โชว์ ‘อโณทัย เอี่ยมลำเนา’ กับไลฟ์สไตล์สุดแปลกสร้างบ้านให้รถ!!

สัมผัสหัวใจรักและหลงใหลในยานยนต์ จากครอบครัวเอี่ยมลำเนา

บ้านรถหลังใหม่หรือ Garage House บนพื้นที่กว่า 40 ไร่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ที่อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาเสร็จสมบูรณ์สมดั่งใจหมายแล้ว ซึ่ง HELLO! ได้รับเกียรติจาก ‘คุณเอก-อโณทัย เอี่ยมลำเนา’ ผู้มีหัวใจรักและหลงใหลในยานยนต์ไม่แพ้คุณพ่อ(ปราจิน เอี่ยมลำเนา) เป็นไกด์กิตติมศักดิ์นำชมรถคลาสสิกของสะสมในคอลเลกชั่นส่วนตัวของครอบครัวพร้อมเล่าความเป็นมา..ที่ทำเอาคนนอกวงการยานยนต์ยังฟังเพลินและทึ่งกับคุณสมบัติความเจ๋งของรถแต่ละคัน

“ครอบครัวเรารักและผูกพันกับรถมาตลอดคุณพ่อพูดเสมอว่า ‘คนเราสร้างบ้านใหญ่โตสวยงาม แต่กลับเอารถราคาแพงจอดไว้นอกบ้านอย่างไม่แยแส ปล่อยรถถูกทิ้งโดดเดี่ยวเดียวดายเหมือนของไร้ค่า’” นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมครอบครัวนี้ถึงสร้างบ้านให้รถและจอดรถไว้ในบ้าน!

พื้นที่ชั้นล่างนอกจากเปิดโล่งสำหรับจอดรถแล้วยังเชื่อมต่อเป็นห้องอเนกประสงค์โดยไม่มีแม้แต่ฉากกั้นห้องให้บดบังเจ้ารถคันโปรดให้อยู่ห่างสายตาไปได้ แต่ด้วยความสูงของเพดานสไตล์ลอฟต์ การมีรถจอดในโถงบ้านจึงไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด ส่วนศูนย์รวมความบันเทิงของสมาชิกทุกคนอย่างห้องโฮมเธียเตอร์ก็จำลองบรรยากาศจากโรงภาพยนตร์ยกมาไว้ในบ้านได้อย่างลงตัว

'คุณแพรว เอี่ยมลำเนา' สาวร่างเล็กคิ้วเข้มตาคมแตะมือกับสามีพาขึ้นไปชมชั้นสอง “คุณพ่ออยากให้บ้านรถเป็นที่อยู่อาศัยด้วย เลยทำห้องนอนของท่านเองห้องหนึ่ง อีก 4 ห้องไว้เพื่อลูกหลานและรับรองเพื่อนฝูงที่แวะมาหาครอบครัวรวมถึงเพื่อนสนิทมิตรสหายที่แวะมาพักกันค่ะ”

 

คุณเอกที่เข้ามานั่งแท่นบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ถือเป็นลูกไม้ใต้ต้นตามรอยคุณพ่อมาตลอด “บางคนเกิดมากับอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ชอบ สุดท้ายต้องค้นหาความชอบของตัวเองให้เจอ แต่ผมโชคดีที่โตมากับยานยนต์และความเร็ว และผมก็ชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับมัน”

 

ด้วยใจรักความเร็วทำให้ผลงานชิ้นโบแดงที่เจ้าตัวภูมิใจก็คือการจัดการแข่งรถยนต์ทางเรียบในพื้นที่ที่เคยจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.เชียงใหม่และได้สร้างทีมนักแข่งรถของตัวเองขึ้นมาได้สำเร็จในชื่อทีมว่าTeam Eakieโดยเริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์ และใช้เวลา 6 ปีพาทีมให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก

 

เรื่องหัวใจนั้นคุณเอกชอบชีวิตโลว์โปรไฟล์ยิ่งตอนไปจีบสาวด้วยแล้วไม่อยากให้ใครทราบด้วยซ้ำว่าเขาคือทายาทเอี่ยมลำเนา เพราะไม่อยากถูกมองว่าเป็น ‘ป๋าบุญทุ่ม’ เพราะมีคุณพ่อรวย แล้วถ้าไม่ใช่เรื่องงานคุณเอกยิ่งกลายเป็นคนพูดน้อยลงไปกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว

นี่จึงเป็นครั้งแรกที่คุณเอกใจอ่อนและยอมเปิดบ้าน ให้ HELLO! เข้าถึงชีวิตส่วนตัวและครอบครัวของเขา

คุณเอกออกตัวว่าเชื่อใน ‘โชคชะตา’ ถ้าคุณแพรวเป็นคนที่ใช่ พรหมลิขิตก็คงบันดาลให้ได้ครองคู่กันแต่คุณเอกก็ไม่ทันรู้ตัวว่าเขาเองก็ ‘ลิขิต’ ชีวิตรักตัวเองด้วยเหมือนกันเพราะการหมั่นไปหาสาวเจ้าทุกวันนั้น แม้จะไปนั่งนิ่งๆแค่ได้เห็นหน้ากันโดยไม่ได้พูดหรือแสดงความรู้สึกในใจออกไป แต่แค่นี้ก็ทำให้ ‘คู่แข่ง’ ต่างค่อยๆหายหน้าไปเพราะเข้าใจว่าทั้งสองเป็นแฟนกันกว่าคุณแพรวจะรู้ตัวอีกที ผู้ชายตรงหน้าที่เข้าหาเธอฉันเพื่อนคนนี้ก็เข้ามาจับจองพื้นที่ในหัวใจเธอไปซะแล้ว

คุณแพรวสาวร่างเล็กเครื่องหน้าสวยคมตามแบบฉบับสาวไทย เป็นคนมั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูงเธอชัดเจนในความคิดและแนวทางการปฏิบัติของตัวเองมากคู่นี้ได้มาเจอกันเพียงเพราะเพื่อนเห็นว่าเบอร์โทรศัพท์ของสองคนนี้คล้ายกันมากก็เลยอยากแนะนำให้รู้จักกัน  “ผมขี้อายครับ ไม่อยากให้เขารู้ด้วยซ้ำว่าผมมาจีบ”

 

“มิน่าถึงไม่รู้สึกเลยว่าเขามาจีบ แค่แปลกใจว่าทำไมผ่านมาแถวนี้บ่อยมาก” คุณแพรวหมายถึงการที่คุณเอกไปหาที่ร้านขายเสื้อผ้าซึ่งเธอหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านอยู่ที่สยามสแควร์ “มาทุกวัน มาถึงก็มานั่งเฉยๆ อยู่หน้าร้านไม่พูดอะไรสักคำ แถมมากับผู้หญิงด้วยนะ เราก็งงๆแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรได้แต่เชียร์ให้เขาซื้อเสื้อผ้า แล้วก็ดีใจเพราะขายได้ตลอด” (หัวเราะ)

 

คุณเอกรีบชี้แจงว่าผู้หญิงที่พาไปด้วยเป็นญาติของเขาเองที่ต้องพาไปด้วยเพราะไม่อยากให้คุณแพรวรู้ทันว่าเขากำลังแอบมีใจให้เธอ “อยากให้ความรู้สึกทั้งเขาและผมค่อยๆซึมแล้วรู้สึกกันไปเอง อย่างที่บอกว่าผมเชื่อในโชคชะตาและพรหมลิขิต ถ้าใช่ก็คือใช่แต่ถ้าไม่ใช่พยายามยังไงก็คงแคล้วคลาดกันอยู่ดี”

 

กาลเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ดำเนินไปด้วยดีโดยไม่มีการระบุสถานภาพที่ชัดเจนต่อกัน จนกระทั่งวันที่ความ(ในใจ)แตก ที่จู่ๆวันหนึ่งเพื่อนคุณแพรวก็ต่อสายตรงถึงคุณเอกเพื่อส่งข่าวว่า “แพรวผ่าตัดไส้ติ่งอยู่ที่โรงพยาบาลถามหาว่าพี่เอกอยู่ไหน” ได้ยินดังนั้นคุณเอกก็รีบบึ่งไปทันที

 

 “ผมรู้ว่าเขามีใจให้ก็ตอนนั้นแหละครับ”

 

จากวันนั้นถึงปัจจุบัน 12 ปีผ่านไปนอกจากชีวิตคู่ที่ราบรื่นแล้วทั้งสองมีลูกแฝดชายหญิงวัย 11 ปี ‘น้องอาโนลด์-อติรุจ’,‘น้องแอนนี่-รุจิรัศมี’ และ ‘น้องดีแน่-รุจิรวี’ น้องนุชคนสุดท้องวัย 4 ปี มาเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

ทุกวันนี้ลูกๆยังไม่ยอมแยกห้อง ทั้งครอบครัวยังนอนบนเตียงสองเตียงที่มาต่อกัน “ทั้งที่ตัวเองชอบอยู่คนเดียวมากแต่พอมีครอบครัว อยากนอนเรียงกันเป็นแพอย่างนี้ตลอดไปเพราะตอนที่เราได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าโดยที่ไม่มีใครเจ็บไข้ได้ป่วยคือช่วงเวลาที่ดีที่สุด เงินอาจซื้อความสะดวกสบายให้ชีวิตได้ แต่เงินซื้อความสุขที่แท้จริงไม่ได้”

“ผมเป็นหัวหน้าครอบครัว ผมอาสาทำงานหาเลี้ยงทุกคน ส่วนแพรวแล้วแต่เขาเลยว่าอยากจะทำอะไร หรือจะอยู่บ้านดูแลลูก แต่เขาไม่จำเป็นต้องทำงานก็ได้ เวลามีปัญหาผมก็ไม่อยากแบกความเครียดกลับบ้าน ผมจะขับรถวนไปมาสักพัก พอสบายใจแล้วค่อยขับเข้าบ้าน” สายตาคุณแพรวเหมือนจะตัดพ้อเล็กๆ ที่สามีมีเรื่องทุกข์ไม่สบายใจแล้วไม่บอกให้เธอทราบ

 

“เพราะสำหรับผมบ้านเหมือนเป็นร่มที่เรานั่งสบายหลบแดดหลบฝนอยู่ในนั้น เป็นที่ที่เรามีความสุขเมื่ออยู่ตรงนั้น ผมเลยไม่อยากเอาเรื่องทุกข์ใจอะไรเข้ามาในบ้านของเรา”

“หลายคนมักพูดเสมอว่าคู่ชีวิตจริงๆ แล้วก็คือการอยู่กันแบบเพื่อน แต่สำหรับเราพี่เอกไม่ใช่แค่สามี ไม่ใช่แค่เพื่อนที่ใช้ชีวิตด้วยกันแต่เขาคือร่างกายของเราเป็นอวัยวะไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าขาดเขาไปชีวิตเราคงพิการและเสียศูนย์ไปเลยแน่นอน”

 

ชมเบื้องหลังบรรยากาศความอบอุ่นของครอบครัวเอี่ยมลำเนา

http://www.hellomagazinethailand.com/Videos/Anothai-and-his-family-in-Khaoyai

..........................................................................................................

ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ นิตยสารเฮลโล ฉบับวันที่ 25 พฤษภาคม 2560

หรือ https://shop.burdathailand.com/

http://www.ookbee.com/Shop/Issue?magid=HELLO

   

………………………………………….

PHOTOS: ชัยฤทธิ์ ประไพ , HAIR: I_HAIRSTYLIST , MAKE-UP: ธรณิศ จิระศิริกาญจน์