‘นุ้ย-สุจิรา อรุณพิพัฒน์’ คุณแม่มือใหม่ หัวใจเกินร้อย - HELLO! Magazine Online

‘นุ้ย-สุจิรา อรุณพิพัฒน์’ คุณแม่มือใหม่ หัวใจเกินร้อย

ประสบการณ์เลี้ยงลูกคนแรกกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอดที่ทำให้เธอไม่อยากเจอใครกว่า 3 เดือน

คำพูดที่ว่า “คนเป็นแม่ ย่อมทำทุกอย่างเพื่อลูกได้” มีให้เห็นมานักต่อนัก รวมถึงคุณแม่คนเก่ง คุณนุ้ย-สุจิรา อรุณพิพัฒน์ ที่ขอทุ่มเททำหน้าที่คุณแม่มือใหม่แต่หัวใจเกินร้อย เพื่อดูแลลูกสาว น้องรดา-สิรดา หลีระพันธ์ อย่างดีที่สุดพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกพี่เลี้ยงเด็ก ลองมาตั้งแต่พี่เลี้ยงของศูนย์เลี้ยงเด็ก พยาบาล จนหันมาเลือกเด็กที่ไม่เป็นงาน และมาสอนงานใหม่ทั้งหมด แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ดังใจ

“ครั้งแรกที่หาพี่เลี้ยงเพราะเราอยากเรียนรู้วิธีการเลี้ยงลูกจากเขา แต่เอาเข้าจริงเขาก็เดาเหมือนกัน เลยคิดว่าถ้าจะเดา เราเดาบนพื้นฐานของเราดีกว่า ก็หาความรู้เอง อ่านหนังสือ ถามคุณหมอ แล้วใช้สัญชาตญาณของความเป็นแม่

“พอเปลี่ยนใหม่คราวนี้เป็นพี่พยาบาล ซึ่งดีนะคะ เพราะเขามีหลักวิชาที่ถูกเทรนมา แต่ลูกเรามีความพิเศษอย่างหนึ่งคือ เป็นเด็กกินเยอะ แล้วนอนคว่ำไม่ได้ จะอ้วก เอาลูกนอนทีไร ลูกไม่สบายตัว แต่เขาบอกว่า เด็กต้องนอนคว่ำ หัวจะสวย นุ้ยก็ไปถามพี่ตุ๊ก ชนกวนันท์ ว่าหัวลูกพี่สวยมาก นอนคว่ำหรือเปล่า พี่ตุ๊กบอก ลูกไม่ได้นอนคว่ำเลย งั้นแสดงว่าอยู่ที่ดีเอ็นเอแล้วล่ะ”

ตอนหลังคุณนุ้ยจึงลองเปลี่ยนแนว หาเด็กช่วยงานที่ไม่ต้องเก่งมาก แต่ขอคนที่เคยผ่านการมีลูกมาแล้ว เพื่ออย่างน้อยจะได้มีความอ่อนโยน และเคยอุ้มเด็กเล็กมาก่อน แต่เอาเข้าจริง กลับทำงานไม่เป็นเลย

“เราไม่กล้าให้เขาทำเต็มร้อย เพราะเขายังเด็กมาก และทำงานไม่เรียบร้อย ยกตัวอย่างเช่นล้างขวดนมไม่สะอาด แล้วเราต้องมาล้างซ้ำอีก มันไม่ใช่แล้วล่ะ ด้วยความที่ไหนๆ เราต้องทำอยู่แล้ว นุ้ยเลยบอก งั้นไม่ต้องมี นุ้ยทำเองดีกว่า”   

คุณนุ้ยเป็นอีกคนหนึ่งที่มีอาการ Baby Blue หรือภาวะซึมเศร้าหลังคลอด จนไม่อยากพูดคุย หรือเจอะเจอหน้าใคร นอกจากอยากนอน และอยากอยู่กับลูกเท่านั้น  

“นุ้ยอยู่โรงพยาบาล 12 วัน เพราะนุ้ยไม่มั่นใจว่าจะเลี้ยงลูกได้มั้ย แล้วก็กลัวกลางคืน มันหดหู่ คือกลัวไปเอง เป็นอาการที่บอกไม่ถูก แต่ทำให้นุ้ยเข้าใจคนเป็นโรคซึมเศร้า ว่าชีวิตในทุกๆ วันไม่มีความสุขเลย ฉันจะผ่านการเลี้ยงลูกนี้ไปได้ยังไง แล้วลูกฉันจะเป็นยังไง มันเสียใจ ซึ่งงงมาก เหมือนจิตเราก็รู้ว่าผิดปกติ แต่มันห้ามไม่ได้”

 “กว่าจะหายต้องใช้เวลาค่ะ ของนุ้ยประมาณ 3 เดือน ให้ฮอร์โมนได้ปรับตัว โชคดีมีเพื่อนที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาล เพื่อนบอกว่า ให้เราอยู่กลางแดดเยอะๆ เปิดไฟให้สว่างๆ เข้าไว้ มีครั้งหนึ่ง พี่สาวเปิดห้องมาเจอแล้วตกใจ คิดว่าเป็นผีอุ้มลูกอยู่ คือนุ้ยให้ลูกนั่งกินนมอยู่ในห้องมืดๆ ตอนหกโมงเย็น แต่มันคงดูน่ากลัว เขาก็เตือน ทำแบบนี้ไม่ได้นะ คือทุกคนช่วยกันประคับประคองเราให้ผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอ เพื่อนๆ รวมถึงคุณปอนด์ด้วยค่ะ”  

 

สำหรับเรื่องการศึกษาทั้งคุณนุ้ยและคุณปอนด์ต่างเห็นพ้องกันว่า อยากให้น้องรดาได้เรียนรู้ให้มากที่สุด โดยให้อิสระ และเลือกทำในสิ่งที่ชอบ

“เราอยากเปิดโอกาสให้ลูกได้ explore ทุกอย่าง แต่ไม่ใช่การยัดเยียด ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องสนุก ลูกชอบมั้ย ถ้าชอบก็ทำ ถ้าไม่ชอบ รู้สึกไม่ใช่ ต้องคุยกัน ทำไมไม่ชอบ ลองพยายามดูก่อนมั้ย ไม่ใช่ให้ลูกเปลี่ยนใจเร็ว ถ้าพยายามแล้วไม่ชอบจริงๆ ไม่เป็นไร ไปเรียนอย่างอื่นได้

สิ่งที่คนเป็นแม่หวังอีกอย่างก็คือ อยากให้ลูกได้เจอในสิ่งที่รักโดยเร็ว

“นุ้ยรู้สึกว่า การที่เราหาตัวเองเจอเร็วเป็นสิ่งที่ดี นุ้ยโชคดีที่มาประกวดนางสาวไทยเร็ว ทำให้เราได้เริ่มต้นทำงานเร็วไปด้วย เมื่อรู้ว่าเราเหมาะกับตรงนี้ นุ้ยเลยมุ่งมั่นทำมันจนมีความชำนาญ และรักในสิ่งที่ทำ ถ้าลูกได้เจอในสิ่งที่เขารัก สิ่งที่เขาชอบเร็วๆ จะได้พัฒนาเขาให้เร็วขึ้นด้วย”

..........................................................................................................

ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน HELLO! Education 2017 วางแผงพร้อม HELLO! ปีที่ 12 ฉบับที่ 9 วันนี้ที่ร้านหนังสือทั่วประเทศ

หรือ https://shop.burdathailand.com/

http://www.ookbee.com/Shop/Issue?magid=HELLO