สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับผลงานสุดวิจริตจากศิลปินระดับโลก ‘คาร์โล มาร์ชิโอริ’ - HELLO! Magazine Online

สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับผลงานสุดวิจริตจากศิลปินระดับโลก ‘คาร์โล มาร์ชิโอริ’

เผยภาพการเพนต์ลวดลายครั้งแรกที่คอนโดส่วนตัวในเมืองไทย ที่นี่ที่เดียว !!

ศิลปินชาวเวนิสที่ไปปักหลักอยู่ที่ซานฟรานซิสโกเป็นเวลานาน หากแต่ยังไม่ ทิ้งความเป็นอิตาเลียนในสายเลือดอย่าง ‘คาร์โล มาร์ชิโอริ’ (CARLO MARCHIORI) ที่ออกแบบสร้างบ้านสไตล์อิตาเลียนอย่างงดงามจนเต็มไปด้วยผลงานศิลปะที่เขาสร้างสรรค์จนกลายเป็นสถานที่ที่ทุกคนต้องไป เยือนหากได้ไป Napa Valley ที่เมือง Calistoga

บ้านของเขาชื่อ CA’TOGA ซึ่งแปลว่าบ้านที่มี ความสุข อยู่ภายในเนื้อที่ 5 เอเคอร์ ประกอบด้วย วิลล่าหลายหลังสไตล์พาลลาเดียน ซึ่ง Andrea Palladio สถาปนิกชาวอิตาเลียนในยุคเรอเนสซองส์ คือผู้ที่มีอิทธิพลต่อความคิดทางสถาปัตยกรรมของ เขา ซึ่งเขาได้เห็นและคุ้นเคยกับงานของ Palladio มาตั้งแต่เด็ก และยังฝังอยู่ในความทรงจําของเขา แม้เขาจะจากอิตาลีมาตั้งแต่อายุ 18 และเดินทาง ท่องโลกไปสร้างสรรค์งานศิลปะในเมืองใหญ่ๆ เช่น โตเกียว โทรอนโต นิวซีแลนด์ รีโอเดจาเนโร และ สิงคโปร์ เมื่อถึงเวลาที่เขาจะรีไทร์ เขากลับเลือก พื้นที่อันเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติที่ทําให้เขา รู้สึกสบายใจ แล้วค่อยๆ สร้างอาณาจักรของ ตัวเองขึ้นมาโดยสะท้อนตัวตนของเขาได้มากที่สุด จนกลายเป็นโชว์เคสของเขาและเปิดรับผู้คนที่ สนใจงานของเขาได้เข้าชม ซึ่งคนไทยหลายคนก็ได้ เคยไปเยือนบ้านของเขามาแล้ว

ภาพเพนต์สไตล์ภาพลวงตา (Trompl’oeil) ในบ้านนของเขาที่เมืองคาลสิโตกา

เขามีชื่อเสียงในการวาดภาพแบบ Tromp l’oeil หรือการวาดภาพลวงตาจากสองมิติให้เป็นสามมิติ ซึ่งเป็นศิลปะการวาดจิตรกรรมฝาผนังในสมัย บาโรก ที่เขาศึกษามาจากอิตาลี เขาได้รับฉายาว่า เป็น A World Renowned Muralist และล่าสุดนี้เขากําลังมาสร้างสรรค์ผลงานฝาผนังให้กับบ้าน คุณจีรพันธ์ - คุณสุเทพี อัศวะธนกุล ที่กรุงเทพฯ

คาร์โล กับผลงานประติมากรรมไก่ที่ทำจากระดูกและเขาสัตว์ที่เขาสะสมมานาน

HELLO! ได้พูดคุยกับคุณคาร์โล ภายใน คอนโดมิเนียมของเขาที่กรุงเทพฯ ซึ่งตกแต่งด้วย งานของเขาทั้งภาพวาดสไตล์อิตาเลียน และ ภาพวาดสีน้ําวัดไทยที่เขามีโอกาสได้ไปวาด ณ สถานที่จริง ภายในเวลาไม่กี่นาที ก็ได้ภาพที่สร้าง อารมณ์ได้ดีเยี่ยม “เราต้องทําในสิ่งที่เราสามารถ ทําได้ ถ้าอยู่ที่นั่นแค่ 10 นาทีก็ทําให้ได้ในเวลานั้น ในความเป็นไปได้” เขาอธิบายเมื่อเราชื่นชมภาพ สีน้ําของวัดศรีชุมที่สุโขทัย และวัดเจดีย์หลวงที่ เชียงใหม่ แม้จะเป็นภาพสีน้ําที่ไม่ได้ลงราย ละเอียดมากนักแต่สื่ออารมณ์ได้ดี “ผมชอบให้ impression มากกว่า information” เขาสรุป คุณปรับสไตล์ของงานให้เหมาะสมกับบ้าน ของลูกค้าไทยอย่างไร

ภาพเพนต์ผนังบลูแอนด์ไวท์เพื่อให้เข้ากับสระว่ายน้ําข้างๆ 

“บ้านควรจะมีงานศิลปะที่สะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้าน สําหรับบ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่มากและเป็นสไตล์โมเดิร์นผมก็ทำเพนติ้งขนาดขนาดใหญ่ขึ้นมาเพื่อให้มี focus point ในคอนเซปต์ คลาสสิก มีความเป็นอิตาเลียนและยูโรเปียน ใช้สีแบบเฟรสโก และภาพเพนต์สีบลูแอนด์ไ์วท์ในห้องที่ติดกับสระว่ายน้ํา เหมือนเป็นกระเบื้องเซรามิกสีน้ำเงินซึ่งสวยมากสวยมาก มีรูปปลาด้วย”

ก่อนทํางานต้องคุยกับลูกค้าอย่างไรบ้าง ????

 

“ผมมีเวลาคุยกับลูกค้าเพียงเล็กน้อย เพราะเขาเป็นนักธุรกิจจึงไม่ค่อยมีเวลา แต่รักงานศิลปะ เวลาผมทํางานให้ใครผมอยากมีการพูดคุยถึงสิ่งที่เขา ชอบและไม่ชอบ ชอบสีอะไร แล้วปรับให้เข้ากันสิ่งที่ผมเรียนรู้ตั้งแต่สมัยที่อยู่ญี่ปุ่นคือ อย่าแตะต้องเรื่องราวของญี่ปุ่น และที่นี่ผมก็จะไม่แตะต้อง Thai subject เช่น ไทยสไตล์ ผมจะไม่แตะ เพราะคนไทยย่อมต้องรู้เรื่องดีกว่าผมผมจะทําสไตล์ของผม”

 

คุณทํางานท่ีซานฟรานซิสโกแล้วนํามาติดตั้งท่ีเมืองไทยใช่ไหม ???

 

“ผมวาดลงบนแคนวาสขนาดใหญ่แล้วชิพมาติดตั้ง ซึ่งเหมือนกับการติดวอลล์เปเปอร์ แล้วผมมา touch up อีกนิดหน่อย ผมสนุกกับการทํางานกับช่างและคนงานไทยเขาน่ารักมาก”

คุณแฝงอารมณ์ขันไว้ในงานศิลปะด้วย ???

 

“ในภาพมีรูปคนอุ้มไก่ เจ้าของบ้านชื่อไก่ ทุกอย่างต้องมีความเกี่ยวเนื่องกันส่วนหน้าห้องดนตรีที่มีแกรนด์เปียโน ผมเพนต์ทั้งเพดานและผนังด้วย เป็นแฮปปี้เซอร์คัสเพราะเป็นห้องดนตรี ส่วนเสาก็เอาผ้าใบมาพันแล้วเพนต์ลายหินอ่อนให้เข้ากัน ผมวางแผนให้ทุกอย่างออกมา simple”

 

อุปสรรคที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง ???

 

“ผมสนุกกับการแก้ปัญหาบางครั้งรูปใหญ่ไปหรือเล็กไป มีข้อผิดพลาดเพราะเปลี่ยนขนาดตอนก่อสร้าง เราก็ต้องแก้ปัญหาตามไป เราต้องยอมรับสถานการณ์ที่เข้ามา ผมทํางานประเภทนี้มามากแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเดินทางไปต่างประเทศเราต้องพยายามทําให้ดีที่สุดส่วนมากก็ได้ผล”

 

ผลงานใกล้เสร็จแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง ???

 

“ผมมีความสุขกับงานที่ผมทํา เมื่อลูกค้าแฮปปี้ ผมก็แฮปปี้”

 

 

 

.....................................................

Cr. PHOTOS: ธัชวิทย์ ลี้ตระกูล