แรงบันดาลใจจากนาซ่า สู่เรือนเวลาสุดหรู ที่มีเพียง 2012 เรือนในโลก! - HELLO! Magazine Online

แรงบันดาลใจจากนาซ่า สู่เรือนเวลาสุดหรู ที่มีเพียง 2012 เรือนในโลก!

เปิดประสบการณ์ใหม่เหนือกาลเวลาฉีกทุกกฏของการเป็นเจ้าของเรือนเวลาระดับไฮคลาส จากโอเมก้า

นับเป็นครั้งแรกของโอเมก้าที่ได้เสนอช่องทางใหม่ให้กับเหล่าสาวกได้เข้าถึงเรือนเวลานอกเหนือจากบูติกสาขาต่างๆทั่วโลกด้วยการวางจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งนับเป็นความท้าทายใหม่ที่จะเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์ และสังคมออนไลน์ให้ใกล้ชิดกับนาฬิกากันมากยิ่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ในโอกาสครั้งนี้เรือนเวลาสุดพิเศษรุ่นใหม่อย่าง “Speedy Tuesday” ที่ขอฉีกกฏเหนือกาลเวลาทุกสิ่งซึ่งพร้อมแล้วที่จะวางจำหน่ายแบบออนไลน์โดยเฉพาะ ซึ่งนาฬิการุ่นดังกล่าวได้ถูกผลิตขึ้นจำนวนจำกัดที่งานนี้มีวางจำหน่ายทั่วโลกเพียง 2,012 เรือนเท่านั้น ที่ยิ่งพิเศษไปกว่านั้นคือ ทางแบรนด์ยังได้มอบความเอ็กซ์คลูซีฟให้กับเหล่าเอลิสต์ผู้หลงใหลในความงามของเรือนเวลาให้เลือกหมายเลขเฉพาะของตัวเรือนได้อย่างอิสระตามความต้องการกับผู้ที่สั่งจองนาฬิกาอีกด้วย ซึ่งรุ่นดังกล่าวจะเริ่มส่งมอบให้แก่ทุกคนได้สัมผัสการเป็นเจ้าของกันในฤดูร้อนปี 2017 ที่ใกล้จะถึงนี้อีกด้วย 

คุณโรเบิร์ต-ยาน โบรเออร์ 

หลังจากที่ คุณโรเบิร์ต-ยาน โบรเออร์ (Robert-Jan Broer) ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Fratello Watches ได้ริเริ่มใช้แฮชแท็ก #SpeedyTuesday ขึ้นเพื่อเชื่อมต่อสังคมของผู้ที่หลงใหล และสนใจในเรือนเวลาของโอเมก้าไว้ด้วยกันอย่างอบอุ่นอย่างยาวนานกว่าครึ่งทศวรรษ ทั้งความเห็น และรูปภาพที่แชร์ล้วนแต่เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงกระแสตอบรับ และการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าให้กับโอเมก้า ในการเลือกคอลเลกชั่น Speedmaster ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการรังสรรค์เรือนเวลารุ่นใหม่เพื่อนำเสนอในโอกาสครั้งนี้ด้วย

OMEGA Speedy Tuesday

การออกแบบรุ่นนี้ได้รับแรงบัลดาลใจมาจากโมเดล “Alaska Project III” ซึ่งถูกกำหนดตามความต้องการขององค์การ NASA ในปี 1978 นาฬิกาเรือนนี้จะต้องเหมาะสมสำหรับการใช้งานจริงบนอวกาศ ซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์นี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นด้วยตัวเรือนที่ใช้วัสดุสแตนเลสหน้าปัดด้าน การวางตัวเลขขนาดใหญ่แบบเรเดียลบนหน้าปัดย่อย ตอกย้ำสายเลือดวินเทจที่ไหลเวียนอยู่ในเรือนเวลารุ่นนี้อย่างเต็มเปี่ยม

Reverse Panda

การเลือกใช้หน้าปัดย่อยสีเงินโอแพล์ลินตัดกับหน้าปัดสีดำ หรือแบบ “รีเวิร์สแพนด้า” (Reverse Panda) นั้นได้รับอิทธิพลจากการออกแบบมาจากเรือนเวลาของ OMEGA ในปี 1966 ล้อมรอบด้วยวงขอบเบเซิลอะลูมิเนียมสีดำด้านพร้อมสเกลทาชีมิเตอร์ (Tachymeter) ตราสัญลักษณ์ OMEGA เองก็ใช้เป็นแบบย้อนยุคแล้วเคลือบด้วยสารเรืองแสงเช่นเดียวกับมาร์คเกอร์ และตัวเลขเรเดียลบนหน้าปัดย่อย 

SpeedmasterMoonwatch

เอกลักษณ์สุดคลาสสิคอื่นยังมีกระจกเฮซาไลท์ทรงโดมพร้อมประทับตรา OMEGA ที่กึ่งกลาง สายหนังสีน้ำตาลที่เลือกใช้การตัดเย็บแบบย้อนยุคเช่นเดียวกับทรงหัวสายแบบวินเทจกลไกคาลิเบอร์ 1861 นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ความเคารพตัวตนของคอลเลกชั่นที่มีกลไกรุ่นเดียวกับที่เคยใช้ขับเคลื่อน SpeedmasterMoon watch อันโด่งดังในอดีตอีกด้วยนั่นเอง

เมื่อทำการพลิกตัวเรือนก็จะพบกับฝาหลังแบบขันเกลียวประทับตราซีฮอร์สที่ศูนย์กลาง สลักแต่งล้อมรอบว่า SPEEDY TUESDAY ANNIVERSARY - A TRIBUTE TO ALASKA PROJECT III และหมายเลขประจำเรือนส่วนบริเวณรอบนอกจะสลักคำว่า RADIALเรือนเวลารุ่นดังกล่าวจะถูกบรรจุมาในกระเป๋าม้วนทำจากหนังพร้อมกับสายนาโต้ ทั้งบนลูปสายและเครื่องมือถอดสายนาฬิกาเองจะสลักว่า #SpeedyTuesdayเช่นเดียวกันอีกด้วย

ไม่เพียงแต่การออกแบบอย่างพิถีพิถันของเรือนเวลา แห่งประวัติศาสตร์อย่างแบรนด์ OMEGA แต่ทว่ายังเป็นเรือนเวลารุ่นแรกที่เปิดวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ผ่านมาแบรนด์ดังกล่าวนับว่าได้รับการตอบรับที่ดีบนเว็บไซต์มาโดยตลอด แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะท้าทายฉีกขีดจำกัดเดิมได้เท่าครั้งนี้มาก่อน

.......................................

Cr. Photo : Robert-Jan Broer's instagram