'ทูตฮังการี' ยกย่องรัชกาลที่ 9 ทรงรักคนไทยเหมือนคนในครอบครัว - HELLO! Magazine Online

'ทูตฮังการี' ยกย่องรัชกาลที่ 9 ทรงรักคนไทยเหมือนคนในครอบครัว

คณะทูต 65 ประเทศ เข้าชมโรงราชรถ-พระเมรุมาศ สร้างความเข้าใจโบราณราชประเพณีล้ำค่าของไทย

" ในวันที่ 26 ต.ค. ที่จะถึงนี้ ถือเป็นวันหยุดโลก ที่ทุกสื่อทั้งไทยและต่างประเทศล้วนให้ความสนใจราชประเพณีที่สำคัญและยังคงเหลือเพียง 1 เดียวในโลกนี้" คุณวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม บอกเล่าให้เราฟังถึงความสำคัญในด้านประเพณีวัฒนธรรมของพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งคนทั่วทั้งโลกจะได้เห็นความวิจิตร อลังการ และความรักอันยิ่งใหญ่ที่คนไทยมีให้แก่สถาบันพระมหากษัตริย์พร้อมกันทั่วโลก ดังนั้นการทำความเข้าใจให้ทุกคนรับรู้ที่มาที่ไป ความหมายของสถาปัตยกรรมที่ได้เห็นจึงเป็นเรื่องสำคัญ

เหตุนี้กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้เชื้อเชิญคณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ เข้าเยี่ยมชมการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ โรงราชรถและพระยานมาศ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และเข้าชมพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง โดยมีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ อดีตปลัดวธ. , คุณสาวิตรี สุวรรณสถิตย์ ที่ปรึกษาวธ. เป็นวิทยากรบรรยาย แก่ทูตานุทูตซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลสำคัญที่ต้องมาร่วมพระราชพิธีสามารถสื่อสารกลับไปยังประเทศของตัวเองถึงความหมายและรายละเอียดโบราณราชประเพณีของไทยได้ถูกต้อง

คณะทูตานุทูตจาก 65 ประ เทศ 170 ท่าน อาทิ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย ออสเตรีย บาห์เรน บังคลาเทศ เบลเยี่ยม ภูฏาน บราซิล บรูไน กัมพูชา แคนาดา ชิลี จีน คิวบา เช็ก เดนมาร์ก อียิปต์ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส ฯลฯ เริ่มรับฟังบรรยายปูความรู้ดั่งเดิม ราชประเพณีที่ถ่ายทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา อันมีหลักฐานชัดเจน ทั้งแบบร่างพระเมรุมาศ, ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศของสมเด็จพระเพทราชาซึ่งถูกค้นพบในต่างประเทศมีอายุมากกว่า 300 ปี อธิบายบรรยากาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยา ราชวงศ์บ้านพลูหลวงได้อย่างครบถ้วน และน่าทึ่งที่ประเทศไทยรักษาราชประเพณีไว้จนถึงปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้เหล่าทูตานุทูตยังได้เรียรู้แนวคิดในการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตั้งแต่หลักความเชื่อเรื่องสมมติเทพของคนไทย แนวคิดไตรภูมิผสมผสานความเชื่อศาสนาฮินดู และงานศิลปกรรมต่างๆ พร้อมลำดับข้อมูลให้เห็นว่าการสร้างพระเมรุมาศ การซ่อมราชรถ ราชยานต่างๆ ถือเป็นการใช้ศิลปกรรมชั้นสูงในทุกสาขาตั้งแต่งานของช่างสิบหมู่ งานสถาปนิก งานผ้า งานประดับพรเมรุมาศ ขบวนอัญเชิญพระบรมศพ ซึ่งถือเป็นสุดยอดของงานช่างฝีมือไทยถูกรวบรวมอยู่ในราชประเพณีนี้ ที่สำคัญในการสร้างพระเมรุมาศครั้งนี้มีการปรับปรุงโครงสร้างรูปแบบใหม่ที่ใช้โครงเหล็กแทนไม้ ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยออกแบบและเป็นงานก่อสร้างที่มีประชาชนเขามามีส่วนร่วมมากที่สุด ทั้งอาสาสมัคร ช่างฝีมือที่มาช่วยกันอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ

อุฟเฟอ โวล์ฟเฮซเชิล เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเดนมาร์กประจำประเทศไทย  เผยว่างานนี้เป็นโอกาสที่ที่ได้เข้ามาเรียนรู้ความเป็นมาของพระราชพิธีของไทย เพราะแต่ละประเทศย่อมมีประเพณีที่ต่างกัน เป็นประโยชน์ที่จะได้เข้าใจขั้นตอนสำคัญในพระราชพิธีรวมถึงมุมมองของศิลปกรรม สามารถมองภาพพิธีการที่ยิ่งใหญ่นี้ได้เข้าใจและชัดเจนมากขึ้น แน่นอนว่าข้อมูลและภาพประทับใจจะถูกนำไปบอกเล่าแก่ชาวเดนมาร์ก อันมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับประเทศไทยมาเนิ่นนาน

ดร.ปีเตอร์ ยาคอป เอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทย มีความเข้าใจดีว่างานพระราชพิธีครั้งนี้สำคัญมากๆ สำหรับประชาชนคนไทย เขารู้สึกเป็นเกียรติมากที่มีโอกาสเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมข้ามผ่านความโศกเศร้านี้ไปพร้อมกับคนไทยทุกคน

"ผมยกย่องที่พระองค์เป็นเหมือนพ่อของคนไทยทุกคน ทรงปฏิบัติต่อประชาชนคนไทยเหมือนเป็นคนในครอบครัว พร้อมมอบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ทุกคนมีกินมีใช้อย่างยั่งยืน รวมถึงโครงการในพระราชดำริอีกกว่า 4,000 โครงการ พิสูจน์ได้ว่าพระองค์เป็นทั้งนักประดิษฐ์ นักวิจัย เป็นนักพัฒนาตลอดการครองราชย์ นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทุกคนรู้สึกเสียใจและโศกเศร้ากับการจากไปของพระองค์"

หลังจากชื่นชมพระยานมาศ คณะทูตานุทูตได้เดินทางไปยังท้องสนามหลวง เดินชมพระเมรุมาศโดยรอบโดยมีวิทยากรอธิบายการตกแต่ง องค์ประกอบต่างๆ อย่างละเอียด ให้เห็นถึงฝีมืออันปราณีตและทุกพื้นที่ถูกสร้างจากความรักที่ทุกคนมอบให้พระองค์สุดหัวใจ