เปิดประสบการณ์ครั้งแรกที่ ‘เอธิโอเปีย’ กับ ‘ปรมา ไรวา’ ทายาทเอสแอนด์พีคนสวย - HELLO! Magazine Online

เปิดประสบการณ์ครั้งแรกที่ ‘เอธิโอเปีย’ กับ ‘ปรมา ไรวา’ ทายาทเอสแอนด์พีคนสวย

เพียง 14 วันในต่างแดน ใครจะรู้ว่าคุณจะตกหลุมรักดินแดนนมหัศจรรย์แห่งนี้

ตอนที่โปรแกรมเดินทางทริปเอธิโอเปียมาถึงมือกับข้อแนะนำที่แนบมาด้านหลัง ทั้งเรื่องการเตรียมตัว การแต่งตัว สิ่งที่อาจต้องเจอและอะไรอื่นๆอีกยาวเป็นหางนามถึงกับเกือบถอดใจ เอธิโอเปีย ประเทศที่ไม่เคยคิดฝันว่าจะไปเยือนแถมเจ็ดวันสุดท้ายที่เป็นการเดินทางไปยังตอนใต้ที่มีหมู่บ้านของชนเผ่าต่างๆเป็นจุดหมายยังเป็นที่ที่ขึ้นชื่อว่ามียุงที่มีมาลาเรียชุกชุมมาก

        เอธิโอเปีย สิบสี่วัน  โอ้โห ไม่ไปแล้วได้ไหม…

 

ครอบครัวของนามและครอบครัวของ คุณอาจุ๋ง-ศรีวรา อิสสระ มักมีทริปท่องเที่ยวด้วยกันอยู่เสมอเมื่อคุณลุงจูลิโอและคุณป้าดาฟฟี่เอาหนังสือเอธิโอเปียมาให้อาจุ๋งดูคุณอานักผจญภัยก็เกิดปิ๊งขึ้นมาทันทีนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ว่าทำไมทริปของเราจึงเป็นเอธิโอเปียประเทศที่ดูเอ็กโซติกเหลือเกินในความคิดของนาม

แต่เมื่อมาลองคิดดูอีกทีจะมีโอกาสไหนที่เราจะได้ไปเห็นกับตาหากเราพลาดทริปนี้ และที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ก็จะได้เดินทางไปด้วยมีเพื่อนๆ ของคุณพ่อคุณแม่ไปกันอีกหลายครอบครัว จึงเป็นทริปใหญ่ที่น่าจะอบอุ่นอยู่ไม่น้อย แต่ในใจของนามกับคุณพ่อก็ยังมีแผนสำรองเอาไว้ในใจว่าหากดูจะลำบากนักเราอาจจะร่วมทริปแค่เจ็ดวันทางภาคเหนือส่วนเจ็ดวันที่เหลือในแถบใต้ที่เราคิดว่าค่อนข้างน่ากลัวนั้น เราอาจเปลี่ยนใจเลื่อนไฟลท์กลับเมืองไทยก่อนก็ยังได้

โชคดีที่เราไม่ตัดสินใจแบบนั้นเพราะกลายเป็นว่าเจ็ดวันสุดท้ายทางตอนใต้ของเอธิโอเปียกลับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตตั้งแต่เคยเดินทางมาและทำให้มุมมองของนามที่มีต่อเอธิโอเปียเปลี่ยนไปอย่างพลิกมุมเลยทีเดียว

 

พวกเราทุกคนในคณะไปถึงแอดดิส อาบาบา เมืองหลวงของเอธิโอเปียพร้อมสัมภาระที่เตรียมกันไปชุดใหญ่ บรรยากาอาจไม่แตกต่างอะไรนักกับเมืองหลวงในหลายๆประเทศ หากที่นั่นจะไม่มีฝูงวัว แพะ และลาแทรกตัวอยู่ระหว่างทางจนเป็นภาพปกติ เราใช้เวลาที่นี่ไปกับการเดินชมพิพิธภัณฑ์ ทั้ง National Museum of Ethiopia ที่เราได้เจอลูซี่ซึ่งเป็นเป็นฟอสซิลบรรพบุรุษของมนุษย์ที่ถือว่าเก่าแก่เกือบที่สุดในโลก ซึ่งค้นพบที่ประเทศเอธิโอเปีย ทำให้เรารู้จักที่มาของเอธิโอเปียมากขึ้นรวมถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นเมืองของประเทศ

ทางตอนเหนือของเอธิโอเปียความน่าสนใจอยู่ที่ลาลิเบลา เราได้พบความน่าอัศจรรย์ของ 'ร็อกฮิวน์' โบสถ์หินที่ขุดเจาะลึกลงไปในภูเขาหิน ซึ่งมีอายุกว่า 900 ปีแล้ว มีตำนานเล่ากันว่าใช้เวลาก่อสร้าง 23 ปี โดยกษัตริย์ลาลิเบลาเพียงพระองค์เดียวและมีความเชื่อว่ามีเทวดามาช่วยสร้างจนสำเร็จ โบสถ์หินนี้เจาะลึกลงไปด้านล่างเพื่อสร้างเป็นสถาปัตยกรรมจำลองเมืองเยรูซาเล็ม โดยมีทั้งหมด 11 แห่ง ความที่เจาะลงไปลึกมากเมื่อเราได้ยืนอยู่บนชั้นของโบสถ์หินนั้นจึงสัมผัสได้ถึงความสูงราวกับตึก ที่สลักเสลาจนได้โครงสร้างที่เนี้ยบทุกรายละเอียด

...ความมหัศจรรย์ต่างๆถือเป็นเสน่ห์ของประเทศเอธิโอเปียทำให้นามลืมแผนสองที่เตรียมเอาไว้ในใจจนหมด...

เรากลับไปที่แอดดิส อาบาบาอีกครั้ง เพื่อนั่งเครื่องบินไปลงที่อาร์บามินช์รถพร้อมลุยห้าคันได้รอรับเราอยู่ที่นั่นเพื่อเดินทางกันไปแบบคาราวานและเดินทางไปที่หมู่บ้านของชนเผ่าดอร์เซ่เป็นแห่งแรก เผ่านี้ค่อนข้างจะคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวดีอยู่แล้วเราได้รับการต้อนรับจากชนเผ่าอย่างดีด้วยธรรมเนียมจิบเหล้าพื้นเมือง และการเต้นรำของเด็กๆก่อนจะลงเรือล่องไปในทะเลสาบคาโมเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ที่น่าหวั่นใจเล็กๆ เพราะที่นี่เป็นแหล่งอาศัยของจระเข้แม่น้ำไนล์ที่ดุร้าย และเป็นจระเข้อนุรักษ์ ห้ามล่า !!

ในขณะที่ชาวบ้านก็ยังอาศัยจับปลากลางน้ำกันเป็นปกติไกด์เล่าให้ฟังว่าชาวบ้านที่นี่ถูกจระเข้กินกันจนเป็นเรื่องเคยชินของเขา ส่วนเรือของเราพวกเราเองก็ต้องระวังฮิปโปที่ดูว่าน่ารักแต่นี่แหละกลับอันตรายที่สุด เพราะมันสามารถเข้ามาคว่ำเรือจนล่มและปล่อยให้เราตกเป็นเหยื่อของจระเข้ได้ เล่ามาขนาดนี้แล้วจะไม่ให้เราอดระแวงได้ยังไงกัน

ตลอดการเดินทางเพื่อไปยังหมู่บ้านของชนเผ่าต่างๆ เราต้องนั่งรถไปบนถนนลูกรังที่ไม่ได้สะดวกสบาย ฝ่าฝูงวัวและลาที่ใช้ถนนเป็นทางเดินเช่นเดียวกัน และบางทีก็ต้องวิ่งตามทางแม่น้ำซึ่งแห้งขอดเพราะไม่มีถนนสร้างไว้ บางหมู่บ้านที่ไม่เคยชินกับนักท่องเที่ยวก็พากันออกมาดูโดยเฉพาะพวกเด็กๆจะดูตื่นเต้นกันมากที่มีคนแปลกหน้า ที่ต่างจากพวกเขาทั้งเส้นผมและสีผิวบางคนยินดีให้ถ่ายรูปแต่ก็บางคนก็ไม่ชอบใจนัก

และนี่ถือเป็นประสบการณ์สิบสี่วันในเอธิโอเปียที่สุดยอดในชีวิตของนาม แม้นามจะเป็นคนที่ไม่ค่อยลุยเลยก็ตามแต่นามกลับมีความสุขและสนุกมากในทุกช่วงเวลาที่นามอยู่ที่นั่น เพราะจะคอยมีอะไรให้เราได้เรียนรู้และเหตุการณ์ที่ทำให้ตื่นเต้นอยู่ตลอด อย่างเวลาเข้าห้องน้ำตามพุ่มไม้ระหว่างทางที่จะต้องคอยระวังตลอดเพราะอาจจะมีเด็กๆวิ่งเข้ามาทักทายเราได้อยู่ทุกเมื่อ หรือจะเป็นช่วงสามวันสุดท้ายที่คุณแม่ไม่สบายมีไข้สูงมากมารู้ทีหลังว่าปอดติดเชื้อรุนแรง! (ก่อนไปคุณพ่อกับนามปอดแหก วันกลับคุณแม่ปอดบวม)

ทั้งหมดนี้นามพูดได้เลยว่าทุกอย่างที่นามได้เจอได้ทำและได้เห็นที่เอธิโอเปีย เป็นประสบการณ์ที่นามคงจะลืมได้ยากมากจริงๆนามจึงให้สัญญากับตัวเองว่านามจะต้องกลับมาที่นี่อีกสักอีกสักครั้งหนึ่งให้ได้และนามเชื่อว่าถ้าใครที่ได้ไปเอธิโอเปียแล้วจะต้องติดใจกลับมาอย่างแน่นอน

............................................

ติดตามเรื่องราวสุดตื่นเต้นสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้ที่ นิตยสารเฮลโล ฉบับวันที่ 2 มีนาคม 2560  

หรือ https://shop.burdathailand.com/