สถานที่ฮันนีมูน ของคู่รักหัวใจสีเขียว - HELLO! Magazine Online

สถานที่ฮันนีมูน ของคู่รักหัวใจสีเขียว

เริ่มต้นชีวิตคู่ของบ่าว-สาว กับเส้นทางชมธรรมชาติอบอุ่นหัวใจ

เพื่อความประทับใจในช่วงฮันนิมูนอันหวานชื่น ที่สามารถบอกเล่าได้ไม่รู้จบจุดหมายและแพลนกิจกรรมจึงต้องพิเศษ และมีความน่าตื่นตาตื่นใจ วันนี้ HELLO! จึงขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวชมธรรมชาติ สำหรับคู่รักขาลุย อันได้รับการการันตีจากนักเดินทางทั่วโลก ว่าทั้งสวย สงบ และโรแมนติก เหมาะกับการเดินทางเริ่มต้นศึกษาการใช้ชีวิตคู่กันและกัน

ประเทศสโลวีเนีย

Hotel Gasperin Bohinj 

เทือกเขาจูเลียนแอลป์ (Julian Alps) 

สำหรับคู่รักที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย แนะนำให้ไปยังประเทศสโลวีเนีย เพื่อสัมผัสกับความงามบริสุทธิ์และทัศนียภาพทางธรรมชาติอันตระการตา โดยมีสถานที่ที่น่าสนใจ เช่น เทือกเขาจูเลียนแอลป์ (Julian Alps) , อุทยานแห่งชาติตริเกลา (Triglav National Park) และ ทะเลสาบบอฮิน (Lake Bohinj) บริเวณใจกลาง อุทยานแห่งชาติตริเกลา (Triglav National Park) เป็นที่ตั้งของ Hotel Gasperin Bohinj ที่พักสไตล์ลอดจ์เปี่ยมเสน่ห์แห่งนี้อยู่ใกล้กับทะเลสาบบอฮิน (Bohinj Lake) กิจกรรมมีตั้งแต่เดินเขา ปีนเขา ไปจนถึงเครื่องร่อนผ่านยอดเขาตริเกลา (Mount Triglav) และเทือกเขาจูเลียนแอลป์ (Julian Alps) นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งยอดนิยมอื่น ๆ เช่น ปั่นจักรยาน พายเรือคายัค และทัวร์ล่องเรือชมทะเลสาบ เหมาะกับการเริ่มต้นผจญภัยและเริ่มต้นชีวิตคู่ไปพร้อมๆ กัน

สหรัฐอเมริกา

แอชวิลล์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองที่มีชื่อเสียงด้านงานศิลปะที่มีชีวิตชีวา สถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ สัมผัสการต้อนรับอย่างอบอุ่นของชาวอเมริกันตอนใต้ และลิ้มลองอาหารเลิศรสพร้อมเพลิดเพลินกับทริปฮันนีมูน ของเมืองนี้ขอบอกว่าตระการตาด้วยเทือกเขาบลูริดจ์ (Blue Ridge Mountains) จะนั่งชมชิลล์ๆ  แช่ตัวในสระว่ายน้ำโรงแรม ใช้เวลาทำกิจกรรมผ่อนคลายกับสุดที่รักในสปาใต้ดิน หรือเล่นกอล์ฟในสนามซึ่งออกแบบโดยโดนัลด์ รอส (Donald Ross) รายล้อมด้วยธรรมชาติสวยงามไม่เหมือนที่ไหนๆ 

อินโดนีเซีย 

ที่พักวิวนาข้าวที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าฝน

เทวสถานที่สร้างจากการแกะสลักหน้าผาหิน

ในโซนเขตร้อนก็มีสวรรค์ของคู่รักที่ชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์ โดยที่ อูบุด ประเทศอินโดนีเซีย โดเด่นด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่นจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น โกอา กาจาห์ (Goa Gajah) ซึ่งเป็นถ้ำที่แกะสลักเป็นรูปช้างอย่างประณีตงดงาม และ กูนุง กาวี (Gunung Kawi) ซึ่งมีเทวสถานที่สร้างจากการแกะสลักหน้าผาหิน อูบุด มีที่พักเปี่ยมเสน่ห์ซึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าฝน สามารถสัมผัสนาข้าว วัด และเทวสถานฮินดู โบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงงานฝีมือและระบำพื้นเมืองได้โดยใช้เวลาไม่นาน ยังสมารถจับมือกันเดินเล่นในป่าลิง (Monkey Forest) ชมพิพิธภัณฑ์ปูรี ลูกีซัน (Puri Lukisan Museum) และช้อปปิ้งในตลาดแบบดั้งเดิมของอูบุด (Ubud Traditional Market) ที่อยู่ใกล้เคียงกันได้ เป็นแพลนที่เรียบง่าย เรื่อยๆ ไม่รีบร้อน แต่มีเรื่องราวให้คุยกันเพียบ

อังกฤษ

ที่พักบรรยากาศอบอุ่นในเมืองประวัติศาสตร์ 

หากต้อองการความเป็นส่วนตัว หลบหนีความวุ่นวายจากทุกสิ่ง ใช้บริการรถไฟเดินทางจากกรุงลอนดอน 75 นาที  เข้าสู่ แคนเทอร์เบอรี เมืองชนบทอันงดงามของอังกฤษซึ่งมีชื่อเสียงจากสถานที่แสวงบุญตั้งแต่ยุคกลางของยุโรปและโบราณสถานต่างๆ ตั้งแต่ วิหารเซนต์ออกัสติน (St. Augustine’s Abbey) ซึ่งสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ไปจนถึง พิพิธภัณฑ์โรมันแห่งแคนเทอร์เบอรี (Canterbury Roman Museum) และ ป้อมปราการสมัยนอร์มัน (Norman) ที่ปราสาทแคนเทอร์เบอรี (Canterbury Castle) เรียกได้ว่าที่นี่มีทุกอย่างสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ในช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ และมีนักท่องเที่ยวไม่เยอะเกินไป

.....................................

Cr.Gettyimages, www.Booking.com