'คงภัทร์ จิรมณีกุล - ธนัญญา ธนากิจอำนวย’ - HELLO! Magazine Online

'คงภัทร์ จิรมณีกุล - ธนัญญา ธนากิจอำนวย’

แค่ 'คิด' ก็ 'หวาน' แล้ว กับจุดเริ่มต้นของความบังเอิญที่ถูกลิขิต เพียงแค่มองตา ก็รู้ใจกันทุกอย่าง

เรื่องราวความรักที่ คำว่า ‘โลกกลม’ อาจเป็นคำเหมาะที่ จะอธิบายความรักของบ่าวสาว หมาดๆ คู่นี้ เมื่อช่วงเวลาที่ใช่กับจังหวะ ที่ลงตัวนำพาให้คนแปลกหน้าที่เคยพบ เจอกันหลายครั้งได้มาสบสายตาในที่สุด ‘คุณคิด-คงภัทร์ จิรมณีกุล’ ทายาท คนสุดท้องของผู้กว้างขวางในแวดวง นาฬิกาและจิวเวลรี่ระดับไฮเอนด์ของ เมืองไทย จึงประสานหัวใจเป็นดวง เดียวกันกับ ‘คุณน้ำหวาน-ธนัญญา ธนากิจอำนวย’ ทายาทคนกลางแห่ง อาณาจักรเสื้อผ้าเรดี้-ทู-แวร์ของประเทศ ในพิธีแต่งงานแสนเก๋กับบทสัมภาษณ์ เปิดใจถึงเรื่องราวความรักที่ ‘คิด’ แล้ว ก็ ‘หวาน’ สุดๆ  ชายหนุ่มมาดสมาร์ทแต่งตัวเนี้ยบ

 

ครอบครัวเจ้าสาว จากซ้าย: ธารินทร์ - ปิยะ - มยุรฉัตร ธนากิจอำนวย - ธนพร ธนากิจอำนวย สมะลาภา ; วรุฒ - ด.ช.ธีร์ - ด.ช.ไธย สมะลาภา

ครอบครัวเจ้าบ่าว จากซ้าย: ณิชชา ธนาลงกรณ์; อรรถวดี - สุทิน - ด.ช. ณภัทร จิรมณีกุล; สุชัญญา ธนาลงกรณ์; ณัฐภัทร - ธนพร จิรมณีกุล 

ทั้งคู่คบหากันมาถึง 7 ปีก่อนจะ แต่งงาน ทว่าสายสัมพันธ์ของทั้งสอง เฉียดเฉี่ยวกันไปมาบ่อยครั้งเพราะความ ที่คุณคิดเป็นเพื่อนของ ‘คุณหมูแฮม’ (คุณธารินทร์ ธนากิจอำนวย) น้องชาย คุณน้ำหวาน เนื้อคู่จึงได้มาเจอกันใน ปาร์ตี้หนึ่งก่อนที่หญิงสาวจะกลับไปเรียน ต่อที่นิวยอร์ก ส่วนฝ่ายชายก็จะกลับไป เรียนต่อที่อังกฤษ โค้งสุดท้ายที่ทั้งคู่อยู่ เมืองไทยนี้เอง กลายเป็นว่ากามเทพเล่น แผลงๆ เข้าให้แล้ว “ไม่มีใครยอมรับว่า ใครจีบใครนะคะ เหมือนมาพร้อมกัน แต่น้ำหวานรู้สึกว่าคิดดูแลน้ำหวานเป็น พิเศษนะวันนั้น” ฝ่ายชายยอมรับว่าความ รู้สึกชักจะเปลี่ยนๆ แปลกๆ ต่อพี่สาวของ เพื่อนสนิท

อีกวันที่มีความสุขของคนเป็นคุณพ่อ ที่ยิ้มรื่นชื่นมื่นไม่แพ้เจ้าสาวคนสวย

“น้ำหวานชอบพูดกับตัวเองว่า ไม่ได้ ชอบผู้ชายตี๋เลย แต่พอกลับมาดูหน้าคิด โอ้โห ตี๋มาก (หัวเราะ) แต่น้ำหวาน ชอบที่เขาคล้ายๆ คุณพ่อน้ำหวานคือ ค่อนข้างขรึม มีความโตกว่าวัย เราไม่รู้ ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ดูนิ่งๆ แต่ไม่อึดอัด ที่จะคุยด้วยเลย ตอนแรกๆ เราเหมือน ไม่ใช่คนที่ปิ๊งกัน แต่มีความคลิกกัน มากกว่าค่ะ”

คุณคิดควงแขน คุณพ่อคุณแม่เดินเข้าโบสถ์อย่างสง่างาม ท่ามกลางความยินดีของแขกเหรื่อ 

“น้ำหวานเป็น rare case มากครับ ถ้าผมเจอคนที่ชอบจะรู้ตัวว่าชอบ เรา จะจีบ แต่กับน้ำหวานไม่ใช่ความรู้สึก แบบนั้น ทุกอย่างมาตามธรรมชาติ จริงๆ” เมื่อรู้ใจตัวเองว่าตกหลุมรักเธอ เข้าให้แล้ว บุคคลแรกที่เขาขออนุญาต จีบไม่ใช่คุณน้ำหวาน แต่เป็นน้องชาย ของเธอต่างหาก “ขออนุญาตหมูแฮมก่อน เพราะถ้า เป็นเราก็ไม่อยากให้เพื่อนมาคบกับ พี่สาวตัวเองหรอก บอกเขาว่าถ้าไม่โอ เคไม่คุยก็ได้นะ เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธเสีย ทีเดียวแต่ยังไงก็ตั้งใจจะค่อยๆ พิสูจน์ ให้เขาเห็นอยู่แล้ว แม้จนถึงทุกวันนี้ ก็ตามครับ”

สิ่งที่เปลี่ยนไปมากจนเห็นได้ชัดคือความรักและความ อบอุ่นในครอบครัวปรับให้หนุ่มรักอิสระโลกส่วนตัวสูง เช่นคุณคิดกลายเป็นผู้ชายอ่อนโยนขึ้น “แต่ก่อนจะชอบ อยู่กันสองคน ไม่ค่อยเปิดรับคนอื่น เพราะผมเป็นคนใช้ ชีวิตอยู่กับตัวเองเยอะ แต่ตอนนี้ผมอยู่กับครอบครัว น้ำหวานตลอดเวลา เพราะเสาร์-อาทิตย์ที่บ้านเขาจะอยู่ด้วยกัน มีหลานๆ มีเจ้าถ้วยฟู หมาของน้ำหวานที่อยู่กัน มานาน 12 ปี เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากและเขาทำให้ ผมรู้สึกว่าเขาต้อนรับเรา เลยเปิดใจกับครอบครัวนี้เต็มที่ ต่อให้เราคบกันมานาน 7 ปีแต่เวลากินข้าวด้วยกัน ครอบครัวน้ำหวานยังถามผมอยู่เลยว่า ‘คิด กินนี่ไหม’ ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องถาม แต่เขายังทำให้เราอยู่ จนรู้สึก ว่าเราเป็นสมาชิกในครอบครัวเขาไปด้วย มหัศจรรย์มาก ที่เกิดความรู้สึกนี้ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ครอบครัวของเรา”

คุณน้ำหวานเสริมแกมตัดพ้อว่า “คุณแม่น้ำหวาน รักคิดมากเหมือนเป็นลูกชายอีกคน คิดตามใจคุณแม่ ทุกอย่าง จนเดี๋ยวนี้คุณแม่ไม่โทร.หาน้ำหวานแล้วค่ะ โทร.หาคิดตลอด”

ทั้งคู่คบกันตั้งแต่อายุเพิ่งย่างเข้าวัย 20 จนเวลานี้ เกือบจะก้าวเข้าสู่เลข 3 กันแล้ว หมุดหมายของชีวิตขั้น ต่อไปจึงมาถึงอย่างเป็นธรรมชาติ “เราไม่ได้คิดถึงเรื่อง แต่งงานกันเร็วเพราะอยากใช้ชีวิตโสดให้มีคุณค่า เหตุผล ที่เราคิดว่าควรจะแต่งงานกันก็ด้วยเวลา ถ้าเราแต่งงาน ตอนอายุเท่านี้ก็จะมีลูกในช่วงเวลาที่โอเค” ส่วนคุณคิด บอกว่าแต่ก่อนยังไม่พร้อมจริงๆ ด้วยหน้าที่การงาน “แต่ คุณพ่อบอกว่าถ้าจะรอให้พร้อม เมื่อไหร่ถึงจะเรียกว่า พร้อม แต่ถ้าเราโตไปด้วยกัน สร้างชีวิตไปด้วยกันน่าจะมี สิ่งที่เราเรียนรู้คุณค่ามากขึ้น ไม่ใช่รอจนถึงวันที่เรา ประสบความสำเร็จ พร้อมแล้วค่อยแต่งงานก็คงจะ อีกนาน และความสำเร็จที่ได้มาเราไม่ได้สร้างมา ด้วยกัน”

 

คุณคิดพาคุณน้ำหวานในชุดเจ้าสาวแขนยาว ปักลายบาโรกแฮนด์เมด คอปาดขับให้ โชกเกอร์มุกดูเด่น ช่วงกระโปรงทรงเอตาม

คำขอของเจ้าสาวที่ไม่ใช่เฟมินินหวาน พร้อมบูเกต์ฟาแลนนอปซิสเดินออกจากโบสถ์หลัง เสร็จพิธี

“เราแพลนไว้ว่าอยากมีลูก 3 คน เพราะเรา สองคนมีพี่น้อง 3 คนเหมือนกันค่ะ ยังคิดว่าจะใช้ ทางลัดคือมีลูกแฝดไปเลยดีมั้ย (หัวเราะ)” ส่วน ทริปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์จะควงคู่กันไปผจญภัยที่ แอฟริกา ตบท้ายด้วยทริปเที่ยวทะเลที่เมื่อเจอ ‘คิดหวาน’ เข้าไปน้ำทะเลอาจจืดได้

“เวลาเราอยู่ด้วยกันจะกลายเป็นพื้นที่รวม ของทั้งคู่ เราจะคิดกันว่าจะทำยังไงให้ช่วงเวลาที่ อยู่ด้วยกันมีความสุขที่สุด ทางออกคือต้องถอย คนละก้าว อย่างเวลาทะเลาะกัน น้ำหวานจะใช้ เวลาทำให้เย็นลงเป็นวัน ผมจะไม่ไปจี้เขา ให้เขา เย็นลงด้วยตัวเอง เดี๋ยวก็กลับมาคุยกันใหม่ได้” ชายหนุ่มช่างคิดกล่าวถึงเคล็ดลับชีวิตคู่

“พออยู่ด้วยกันมากๆ กลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้ น้ำหวานกับคิดเข้าใจเรื่องเดียวกันไปเอง อย่าง เวลาเรายิ้มหรือหัวเราะก็รู้กันว่าเป็นเรื่องอะไร เป็นการปรับตัวเข้าหากันอย่างเป็นธรรมชาติมาก หวานจะรู้ว่าคิดคิดอะไร คิดก็รู้ว่าหวานคิดอะไร โดยที่เราไม่ต้องพูดอะไรออกมา ความรู้สึกของ เราสองคนสื่อถึงได้ ตอนนี้แค่มองตาเราก็รู้ใจ กันค่ะ”  

จุมพิตแสนหวานของบ่าวสาวในฐานะสามีภรรยา หลังจากเสร็จสิ้นพิธีอัน ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์ นิกายคาทอลิก ในโบสถ์อัสสัมชัญ

พิธีแต่งงานกลิ่นอายรัสติกวินเทจของคู่รัก ‘คิดหวาน’ แม้จะอยากจัดงานเล็กๆ ที่มีแต่คนสนิท ใกล้ชิด แต่ทั้งคู่ก็ยินดีเดินทางสายกลางด้วยการจัด งานอย่างสมเกียรติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายด้วย แต่ที่แน่ๆ ต้องมีพิธีแลกแหวนสุดโรแมนติกในโบสถ์ เนื่องจาก คุณน้ำหวานเป็นคาทอลิก ส่วนงานรีเซปชั่นจะเป็น อาร์ตเจือปนตามความคิดของเจ้าสาวที่ร่ำเรียนมา ทางศิลปะ “เราเป็นครอบครัวที่เรียบง่าย อยากทำให้ เป็นตัวเรามากที่สุด เป็นพิธีแต่งงานที่มีความอาร์ต ดู แตกต่างแต่ผูกพันในเชิงความหมายค่ะ” บทสรุปลงตัวที่การเนรมิตห้องบอลรูมอันโอ่อ่า สไตล์ฝรั่งเศสของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลให้ กลายเป็นทุ่งข้าวบาร์เลย์ สื่อความหมายถึงความ อุดมสมบูรณ์ กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่แขกตื่นตาตื่นใจ กับความย้อนแย้งที่ทั้งสองตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ ... ด้วยบรรยากาศที่เป็นใน และบ่าวสาวที่เป็นที่มาของคำนิยามคำใหม่ที่ว่า "แค่ 'คิด' ก็ 'หวาน' แล้ว"

..............................

Cr. Photos : PEDUCKK , WIRUN KULTAN