รักที่ไม่ต้องการเวลาของ ‘น้ำหวาน-พัสวี พยัคฆบุตร’ & ‘ต้าร์-ดร.นาวิน เยาวพลกุล’ - HELLO! Magazine Online

รักที่ไม่ต้องการเวลาของ ‘น้ำหวาน-พัสวี พยัคฆบุตร’ & ‘ต้าร์-ดร.นาวิน เยาวพลกุล’

เส้นทางความรักเริ่มต้นขึ้นในวันที่ความรู้สึกบอกว่า 'ใช่’ !

ที่ผ่านมาไม่ว่าจะมีข่าวคราวพูดถึงการสละโสดอย่างเงียบเชียบของ 'คุณต้าร์-ดร.นาวิน เยาวพลกุล' อาจารย์หนุ่มหล่อดีกรีดอกเตอร์และศิลปินนิสัยดีกับ 'คุณน้ำหวาน-พัสวี พยัคฆบุตร' เวิร์กกิ้งวูแมนสาวดิสทริบิวเตอร์ยาและเครื่องมือแพทย์แบรนด์ชั้นนำจากยุโรป รวมทั้งเป็นเจ้าของสถานเสริมความงามแบรนด์ดังอย่าง Filoga Clinic และ iDDNA Clinic Thailand แต่ครั้งนี้ทั้งคู่ให้เกียรติ HELLO! มาเปิดใจเรื่องราวความรักของเขาและเธอเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวอย่างที่ไม่เคยเปิดเผยกับสื่อไหนมาก่อน โดยเฉพาะภรรยาสาวยิ้มหวานสมชื่อคนนี้

เมื่อความรักมาเคาะประตู

จุดเริ่มต้นความรักของคู่นี้ห่างไกลความสวีทหวานโรแมนติกยิ่งนักเพราะหลังจากครั้งแรกที่คุณต้าร์เข้ามาที่  Filoga Clinic ตามคำแนะนำของ 'คุณก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล' ผู้จัดละครคนเก่งแล้วคุณน้ำหวานก็มอบหน้าที่ให้หุ้นส่วนคอยรับรองคุณต้าร์แทนเรื่อยมา "พี่ต้าร์เข้ามาถามเจาะลึกแนววิทยาศาสตร์ แถมยังขอข้อมูลกลับไปศึกษาเองที่บ้านด้วยนะคะ จนเชื่อมั่นถึงกลับมาลองใช้บริการในอีกสองอาทิตย์ถัดมาค่ะ" คุณน้ำหวานเผยสาเหตุที่ต้องหลบหน้าลูกค้าคนนี้

คุณต้าร์ฟังศรีภรรยาเล่าอย่างอารมณ์ดีก่อนสรุปสั้นๆ ว่า "หนีอะไรได้อย่างนั้น" !!!

 

"ทุกครั้งที่  Filoga Clinic จัดงานชื่อพี่ต้าร์จะถูกน้ำหวานขีดออกก่อนเสมอ เพราะกลัวพี่เขาถามคำถามนอกรอบบนเวทีน้ำหวานยิ่งตื่นเต้นและตื่นเวทีอยู่แล้วเลยเชิญคนอื่นดีกว่าแต่คราวนี้เป็นแบรนด์จากสวิสที่เน้นหลักการวิทยาศาสตร์ตรงแนวพี่ต้าร์เลยจึงไม่เชิญไม่ได้ค่ะ"

 

คุณต้าร์เพียรมาใช้บริการที่คลินิกคุณน้ำหวานทุกสัปดาห์ไม่เคยขาด ครั้งหนึ่งเขาลืมครีมไว้แต่เมื่อเขาทราบว่าเธอกินข้าวอยู่กับเพื่อนๆที่ทองหล่อ จึงตามมารับของที่นั่นและด้วยความเกรงใจเธอจึงชวนเขาร่วมวงด้วย "ผมไม่รู้ว่าน้องเขาชวนตามมารยาทเลยถือโอกาสเนียนไปเลย" นับจากนั้นคุณต้าร์ก็กลายเป็นสมาชิกใหม่ในก๊วนสาวๆไม่ว่าจะไปกินดื่มเที่ยวที่ไหน เขาก็จัดสรรเวลาติดสอยห้อยตามไปเอนเตอร์เทนทุกคนอยู่เสมอ เรื่องแบบนี้เพื่อนฝูงรอบข้างคุณน้ำหวานสังเกตถึงความผิดปกติของเขา หากเธอกลับปฏิเสธเสียงแข็งเพราะไม่คิดว่าด๊อกเตอร์หนุ่มหล่อเช่นเขาจะมาชอบสาวเรียบง่ายอย่างเธอ

 

“เรารู้จักกันก่อนหน้านี้เกือบสองปีแต่พี่ต้าร์ก็ไม่เคยแสดงออกอะไร แค่เคยส่งไลน์มาขอบคุณที่ดูแลเขาน้ำหวานก็ตอบยินดีค่ะแล้วก็บล็อกเลยเพราะกลัว (หัวเราะ)” คุณต้าร์ได้ยินเลยเพิ่งถึงบางอ้อ

"มิน่า พี่ถามอะไรไปไม่เคยตอบเลย" แล้วอย่างนี้กว่าสาวเจ้าจะรู้ตัวว่าถูกขายขนมจีบล่ะ

"กว่าจะรู้ตัวก็นานเลยค่ะ รู้อีกทีพี่เขาก็ขอแต่งงานเลย" ว่าแล้วคุณน้ำหวานก็แก้มแดงด้วยความเขินอย่างที่สุด

 

“ภายนอกพี่ต้าร์อาจดูเป็นผู้ชายแข็งแกร่งสมกับที่เป็นนักกีฬา แต่ลึกๆ เขาอ่อนโยนและเป็นสุภาพบุรุษ เขาไม่เพียงเทกแคร์น้ำหวาน แต่เผื่อแผ่ถึงเพื่อนเราทุกคน พี่ต้าร์่เป็นคนเดียวที่ผ่านด่านอรหันต์ของเพื่อนๆ น้ำหวานมาได้ เมื่อทุกคนเห็นพ้องกันก็แปลว่าเขาต้องมีอะไรดีจริงทุกคนถึงให้ผ่าน"

ว่าแล้วคุณน้ำหวานก็เล่าถึงประเด็นที่คุณต้าร์ถูกกระแสสังคมโจมตี "จริงๆเป็นน้ำหวานเองที่ไม่อยากเปิดตัว ขอไม่ให้พี่เขาให้สัมภาษณ์ไม่อยากเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นส่วนตัว แต่ตอนนี้ทำใจเพราะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอแค่เวลาไปไหนทำอะไรให้พี่เขาออกหน้าน้องจะหลบอยู่ข้างหลัง"

 

คุณต้าร์ช่วยขยายความให้เข้าใจความรู้สึกของภรรยาว่า "ผมไม่อยากให้เขาอึดอัดใจต้องเคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของเขา ส่วนผมเข้าใจในความเป็นคนสาธารณะของอาชีพตัวเอง แต่ผมไม่เคยปิดเรื่องชีวิตคู่เป็นความลับใครถามก็พร้อมบอก ไปไหนมาไหนก็เปิดเผยฉันสามีภรรยาผมแสดงออกชัดเจน จับมือ จูงมือ โอบไหล่ แต่ตอนแรกที่น้องเขาไม่พร้อมก็ไม่อยากให้เขาต้องแบกรับความเป็นคนสาธารณะ ผมต้องวางตัวให้ดีให้เหมาะสมคอยปกป้องเขาไม่ให้รู้สึกว่าถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว เพราะพอเจอคนมารุมเยอะๆช่างภาพถือกล้องเดินตามแสงแฟลชวิบวับ น้องเขาหน้าเสียเหมือนจะร้องไห้เขาตกใจเพราะไม่เคยเจออะไรอย่างนี้" ทว่าอาการนี้จะไม่เกิดกับคุณน้ำหวานเลยเมื่อเธออยู่ในภาคธุรกิจ เธอจะกลายเป็นสาวมั่นสุดเซลฟ์เป็นคนจริงจังและความจำเป็นเลิศ

 

ว่าแล้วคุณน้ำหวานก็ไม่ลืมเล่าถึงสนธิสัญญาคู่ชีวิตของเธอกับเขา "พี่ตาร์มีร่างสนธิสัญญาคู่ชีวิตให้น้ำหวานเซ็นชื่อด้วย คือหลังแต่งงานต้องเปลี่ยนใช้นามสกุลเขา และต้องมีลูกภายในระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้หลังเราแต่งงานกัน จริงๆ เป็นกระดาษที่เขาเขียนเล่นๆ แต่ทวงทุกวันเลยค่ะ" คุณต้าร์ได้ทีเลยรีบทวงสัญญา "สัญญาว่าจะมีลูกให้พี่ 3 คนนะ" แล้วทั้งคู่ก็ประสานเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข

นอกจากความรักที่อบอวลตลอดเวลาที่ได้สนทนากับทั้งคู่  HELLO! ยังได้รับข่าวดีที่ทั้งสองเฝ้ารอคอยอีกด้วย "ตอนนี้เราหาหมอกันทุกอาทิตย์ อยู่ในคำแนะนำของหมอตลอด บางทีเที่ยงคืนแล้วพี่ต้าร์ยังเทกซ์หาหมออยู่เลย เขาอ่านหนังสือคู่มือคุณแม่ตลอด และพร่ำบอกน้ำหวานว่า 'ถ้าพี่ท้องแทนได้ พี่ทำไปแล้ว' หรือ 'ถ้ามีลูกไม่ต้องให้นมนะ น้องปั๊มนมไว้ เดี๋ยวพี่ให้ลูกเอง'” คุณต้าร์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

"ผมอยากแบ่งเบาภาระเขา อยากอยู่ในช่วงเวลานั้น 100% ไม่อยากพลาดเลย การมีลูกไม่ใช่หน้าที่ของผู้หญิงฝ่ายเดียว เพราะเขาต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ผมอยากอยู่ซัพพอร์ตเขาตรงนั้น"

 

“วันที่ความรู้สึกบอกว่า 'ใช่' ก็ขอแต่งงานเลย ไม่คิดว่าจะมีใครที่ดีไปกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่เกี่ยวว่าเราจะรู้จักกันนานแค่ไหน แค่เขาอยากมาร่วมทางเดินกับผมหรือเปล่า" ความในใจยังคงพรั่งพรู "น้องเป็นคนน่ารัก มองเผินๆเขาเป็นผู้หญิงที่ทำงานเก่งมาก เห็นหวานๆอย่างนี้เวลาดุก็ดุมาก แต่นอกเวลางานเขาน่ารักอ่อนหวาน คนรอบข้างสัมผัสได้ว่าเขาจริงใจน้องเป็นคนตรงจริงใจเหมือนคุณแม่ผม เวลาอยู่กับเขาเลยสบายใจ อบอุ่น เหมือนอยู่กับคนที่เราคุ้นเคยมาทั้งชีวิต สำหรับผมถ้าเจอใครที่รู้สึกว่าใช่ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาพิสูจน์อะไรผมบอกน้องว่าผมพร้อมที่จะคอมมิทกับการตัดสินใจของผม เพราะผมเชื่อในความรู้สึกของตัวเองอย่างไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น"

  

 

...........................................

Cr.Photos : Lerkdee Production